เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าพอประมาณที่ 31.08 บาท/ดอลลาร์ หลัง กนง. ลดดอกเบี้ย
เงินบาทเปิดเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันที่ผ่านมาที่ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ ตามข้อมูลจากนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569
การเคลื่อนไหวของเงินบาทและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways โดยแกว่งตัวระหว่าง 31.03 ถึง 31.13 บาทต่อดอลลาร์ แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทได้ถูกชะลอลงหลังเงินดอลลาร์ยังคงเผชิญแรงขายจากผู้เล่นในตลาด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดการเงินต่างเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ลดความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์ลง ส่วนราคาทองคำได้ย่อตัวลงบ้างในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย และมีส่วนกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง โดยผู้เล่นในตลาดต่างรอติดตามแนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในวันพฤหัสบดีนี้อย่างใกล้ชิด
ตลาดหุ้นและบอนด์
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง หนุนโดยการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นธีมปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.81% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 1.26% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้น 0.69% หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ลง
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวไร้ทิศทางแถวโซน 4.04% หลังผู้เล่นในตลาดยังคงรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติมที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด โดยผู้เล่นในตลาดประเมินว่าเฟดมีโอกาสราว 16% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้งในปีนี้
ผลกระทบจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน
คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งมติสวนทางกับที่ตลาดคาด โดยคณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินบาทในขณะนั้นมีการปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อย แต่ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ และเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ประมาณ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ปัจจัยที่ต้องติดตามและแนวโน้ม
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน พร้อมทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
ทางฝั่งเอเชีย บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้อาจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% พร้อมย้ำว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้จบรอบการลดดอกเบี้ยลงแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพของค่าเงินวอนเกาหลีใต้
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ประเมินว่าเงินบาทอาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งต้องรอติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในวันนี้อย่างใกล้ชิด
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.95 ถึง 31.15 บาทต่อดอลลาร์ โดยความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ



