เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 30.98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ
เงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 31.04 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตามการเปิดเผยของนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS จากธนาคารกรุงไทย โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down โดยยังไม่สามารถทะลุโซนแนวรับสำคัญที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจน แม้จะได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำที่ทดสอบโซน 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย
ปัจจัยหนุนและแรงกดดันต่อค่าเงินบาท
การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และแรงซื้อจากผู้เล่นในตลาดจีนหลังจบช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าขึ้นดังกล่าวถูกชะลอลงจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมและการรีบาวด์แข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้น
ตลาดหุ้นและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P500 ปิดตลาดลดลง 1.04% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 1.13% เนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อภาคธุรกิจและความไม่แน่นอนทางการค้า ส่วนตลาดหุ้นยุโรปก็เผชิญแรงกดดันจากหุ้น Healthcare อย่าง Novo Nordisk ที่ปรับตัวลง 16.5% หลังผลการทดลองยาออกมาน่าผิดหวัง
สำหรับตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่โซน 4.04% ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยง แต่การปรับตัวลดลงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดรอลุ้นข้อมูลเศรษฐกิจและประเด็นการคืนภาษีนำเข้าหลังศาลสูงสุดยกเลิกมาตรการภาษี IEEPA
แนวโน้มค่าเงินบาทและกรอบเคลื่อนไหวที่คาดการณ์
นายพูน พานิชพิบูลย์ ประเมินว่าเงินบาทอาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวที่ 30.85-31.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำ แต่แรงหนุนดังกล่าวอาจแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันหากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านคลี่คลายลง
ทางด้านฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศของทีทีบี เปิดเผยว่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และเคลื่อนไหวแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อวานนี้ลงไปทดสอบระดับ 30.97 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเป็น 15% เป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน
ทีทีบีคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ที่ 30.90-31.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแนะนำให้ทยอยซื้อที่ระดับ 30.90 สำหรับคู่เงิน USD/THB และทยอยซื้อที่ระดับ 36.40 สำหรับคู่เงิน EUR/THB
ปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
ผู้เล่นในตลาดควรติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์โดย ADP และดัชนีภาคธุรกิจจาก FED สาขาต่างๆ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าสหรัฐฯ และประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ในปีที่มีการเลือกตั้ง Midterm Election อาจเพิ่มความผันผวนให้กับค่าเงินบาท ผู้เล่นในตลาดควรพิจารณาใช้กลยุทธ์ Options หรือสกุลเงินท้องถิ่นเพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพ



