ยื่นภาษีปี 2568 ทำไมได้คืนช้า! เปิดสาเหตุยอดฮิตและวิธีเช็กสถานะ
หลายคนที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568 ผ่านไปแล้ว แต่ยังเห็นสถานะ "วิเคราะห์แบบ/พิจารณาคืนภาษี" ค้างอยู่เป็นเวลานานจนเริ่มกังวลใจ อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะล่าสุดกรมสรรพากรได้ออกมาชี้แจงว่า กระบวนการคืนภาษียังคงเป็นไปตามปกติ เพียงแต่ปีนี้มีผู้ยื่นแบบภาษีเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก และทางกรมกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
ระหว่างที่รอคิวเจ้าหน้าที่พิจารณา เรามาเช็กกันสักนิดว่าทำไมเงินคืนยังไม่เข้าบัญชี มีจุดติดตรงไหนที่เราอาจเผลอมองข้ามไปหรือไม่? Thairath Money สรุปสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เงินคืนภาษีค้างคา พร้อมเทคนิค "ตามเรื่อง" เพื่อให้ได้เงินคืนไวขึ้นมาฝากกัน
3 สาเหตุยอดฮิต ทำไมเงินคืนภาษีถึง "ค้างคา"
- ยื่นแบบภาษีไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรง: กรณีข้อมูลที่ยื่นไปไม่ตรงกับฐานข้อมูลของสรรพากร เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมในรายละเอียด เช่น รายได้หรือส่วนลดหย่อนต่างๆ เพื่อความถูกต้อง บางกรณีอาจมีการยื่นแบบผิดประเภทหรือกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งต้องรีบแก้ไขให้ไวที่สุด
- หากเป็นแบบภาษีที่ไม่มีภาษีชำระหรือแบบขอคืน และยังไม่ได้พิมพ์แบบหรือใบเสร็จ สามารถกดยกเลิกได้ภายในวันที่ยื่นแบบ (ไม่เกินเที่ยงคืนของวันนั้น) แล้วกรอกข้อมูลยื่นใหม่ได้เลย
- หากเป็นแบบภาษีที่ชำระภาษีเรียบร้อยแล้วและไม่สามารถยกเลิกได้ ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมโดยกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมด
- เอกสารไม่ครบหรือไม่ชัดเจน: ปัจจุบันหลายคนถ่ายภาพเอกสารแล้วอัปโหลดในระบบของกรมสรรพากร แต่บางครั้งภาพอาจไม่ชัดหรือถ่ายข้อมูลบนเอกสารไม่ครบ เช่น ใบทวิ 50 หรือหนังสือรับรองการซื้อกองทุน SSF/RMF ควรเข้าไปเช็กในระบบอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าส่งครบถ้วนและชัดเจน
- รอนานจนไม่ได้ส่งเอกสารตามที่สรรพากรขอ: หลายคนยื่นภาษีไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์แล้วไม่ได้เข้าเช็กเว็บไซต์ของกรมสรรพากร เมื่อเจ้าหน้าที่วิเคราะห์แบบและขอเอกสารเพิ่มเติมผ่านระบบ การดำเนินการจะค้างอยู่จนกว่าเราจะส่งเอกสารเพิ่ม ดังนั้น ต้องหมั่นตรวจสอบในระบบว่าเจ้าหน้าที่ขอเอกสารใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่
เทคนิคตามภาษีสไตล์มือโปร: เช็ก-ส่ง-ย้ำ
เพื่อให้ได้เงินคืนไวที่สุด (บางคนได้คืนภายใน 3-7 วัน) ขอแนะนำ 4 ข้อดังนี้:
- เช็กสถานะผ่าน My Tax Account: เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร เลือกเมนู My Tax Account ตรวจสอบข้อมูลทางภาษี เข้าสู่ระบบด้วย RD ID, Laser ID หรือ Digital ID (เช่น แอปพลิเคชันเป๋าตัง) จากนั้นกดเข้าหัวข้อติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร เช็กให้บ่อยๆ หากกรมสรรพากรดำเนินการช้า สามารถโทรถามเบอร์สรรพากรพื้นที่ที่ระบุในหน้าสถานะการยื่นภาษีได้
- ข้อมูลส่วนการรับเงินคืนต้องชัดเจน: มีให้เลือก 2 ทาง
- พร้อมเพย์ สำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ผูกเลขบัตรประชาชนกับบัญชีเงินฝากธนาคาร (ต้องแจ้งว่าขอรับเงินคืนผ่านพร้อมเพย์)
- การคืนเงินผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยกรมสรรพากรจะออกหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ค.21) เป็นหลักฐาน
- อัปโหลดเอกสารทันที (ไฟล์ต้องเป๊ะ): หากระบบขอเอกสารเพิ่ม ให้รีบสแกนไฟล์ PDF หรือถ่ายรูปให้ชัดเจนแล้วอัปโหลดผ่านหน้าเว็บทันที การส่งผ่านระบบออนไลน์เร็วกว่าการส่งไปรษณีย์หลายเท่า ภายใน 1-2 วันหลังอัปโหลด ต้องกลับมาเช็กที่หน้า "รายการเอกสารที่ขอเพิ่มเติม" เพื่อให้มั่นใจว่าสถานะไฟล์ขึ้นเป็นเครื่องหมายถูกสีเขียว ซึ่งหมายถึงเอกสารสมบูรณ์และได้นำเข้าฐานข้อมูลสรรพากรเรียบร้อยแล้ว
- สายด่วน 1161 หรือสรรพากรพื้นที่: หากสถานะนิ่งเกิน 15 วันหลังจากส่งเอกสารครบ ให้ลองโทรสอบถาม RD Call Center 1161 หรือค้นหาเบอร์โทรศัพท์ "สรรพากรพื้นที่" ตามที่อยู่เขตที่ยื่นภาษี เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเคสโดยตรง บางครั้งอาจติดแค่ขั้นตอนรออนุมัติขั้นสุดท้าย
การติดตามสถานะและปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้กระบวนการคืนภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น



