คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งล่าสุด มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน สะท้อนถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
ปัจจัยสนับสนุนการคงดอกเบี้ย
กนง. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ และการส่งออกที่หดตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม
แนวโน้มเงินเฟ้อ
ด้านเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงต่ำ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานที่ลดลง และความต้องการในประเทศที่ยังไม่แข็งแรง ทำให้ กนง. เห็นว่าการคงดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันเหมาะสมที่จะดูแลเสถียรภาพด้านราคา
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
กนง. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะต่อไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดการเงินโลก ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
มุมมองต่อนโยบายการเงิน
กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังคงสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด หรือเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นผิดปกติ
การคงดอกเบี้ยครั้งนี้สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และส่งผลให้ค่าเงินบาททรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า กนง. อาจคงดอกเบี้ยต่อเนื่องไปจนถึงกลางปีหน้า ขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล



