คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% โดยให้มีผลทันที ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 5 ติดต่อกันในปีนี้ และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี
เหตุผลในการปรับขึ้นดอกเบี้ย
กนง. ระบุว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนพลังงานและอาหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คณะกรรมการจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
- ผู้กู้สินเชื่อ: การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ภาระหนี้ของประชาชนและธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เช่น สินเชื่อบ้านและบัตรเครดิต
- เงินเฟ้อ: คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยชะลออัตราเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% ในระยะต่อไป
- ค่าเงินบาท: ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจช่วยหนุนค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวที่ 3.6% และ 3.8% ในปี 2567 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่การส่งออกยังคงชะลอตัวตามอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ
ทั้งนี้ กนง. พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว



