กองทุน Thai ESG ปรับเกณฑ์ใหม่ รับมือสภาพตลาดหุ้นผันผวน
กองทุน Thai ESG ปรับเกณฑ์ใหม่ รับมือตลาดผันผวน

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ประกาศปรับปรุงเกณฑ์การลงทุนครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นโลกและปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

รายละเอียดการปรับเกณฑ์

การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะการผ่อนคลายข้อจำกัดในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝาก จากเดิมไม่เกิน 20% เป็นไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการขยายขอบเขตการลงทุนในต่างประเทศ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะกองทุน ESG ต่างประเทศ เป็นสามารถลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศทั่วไปที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความยั่งยืน โดยสัดส่วนการลงทุนรวมไม่เกิน 15% ของ NAV

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เหตุผลเบื้องหลังการปรับเปลี่ยน

นายสมชาย ทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า "การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เกิดจากความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศมีความผันผวนสูงขึ้นจากปัจจัยหลายประการ เช่น ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์"

โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงประมาณ 8% ขณะที่กองทุน Thai ESG ส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ -5% ถึง -3% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย

ผลกระทบต่อนักลงทุน

การปรับเกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลดีต่อนักลงทุนในระยะยาว เนื่องจากกองทุนจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดสรรสินทรัพย์ ทำให้สามารถลดความเสี่ยงในช่วงตลาดขาลง และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นเมื่อตลาดฟื้นตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ กองทุน Thai ESG ยังคงยึดหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ลงทุน

แนวโน้มในอนาคต

ผู้จัดการกองทุนหลายรายคาดว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของกองทุน Thai ESG ให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่กองทุนจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงานหมุนเวียน เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากขึ้น