กกร.หนุนรัฐใช้ Targeted Policy เพิ่มประสิทธิภาพการคลัง ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย
กกร.หนุนรัฐใช้ Targeted Policy เพิ่มประสิทธิภาพการคลัง

กกร.หนุนรัฐบาลใช้ Targeted Policy เพิ่มประสิทธิภาพการคลัง ชี้ต่างชาติยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลในการใช้นโยบายแบบ "Targeted Policy" หรือนโยบายเฉพาะเจาะจง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคลังของประเทศ พร้อมเร่งขับเคลื่อนการลงทุนในเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล

Moody's ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยเป็น "มีเสถียรภาพ"

การสนับสนุนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody's ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) เป็นระดับ "มีเสถียรภาพ" และคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ Baa1 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อแนวทางการบริหารจัดการเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย

กกร.ระบุว่า การตัดสินใจของ Moody's เกิดขึ้นภายหลังการหารือร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในช่วงการประชุม IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลได้นำเสนอแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นวัตถุประสงค์และประสิทธิภาพในการใช้เงิน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเสี่ยงการคลังยังสูง แนะใช้ Targeted Policy แทนการอุดหนุนกว้าง

อย่างไรก็ตาม กกร.ชี้ว่า ความเสี่ยงด้านการคลังของไทยยังคงมีอยู่สูงมาก เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเพิ่มภาระงบประมาณและกดดันรายได้ภาครัฐในอนาคต

ดังนั้น กกร.จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการดำเนินนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้น "ประสิทธิภาพสูงสุด" ผ่าน Targeted Policy ที่สามารถวัดผลได้และตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว แทนการอุดหนุนในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่แนะนำให้ประเทศต่างๆ หลีกเลี่ยงมาตรการอุดหนุนที่บิดเบือนกลไกตลาด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่ สร้างการเติบโตยั่งยืน

กกร.สนับสนุนแผนของรัฐบาลในการเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ โดยเน้น:

  • เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy): ลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในอนาคตอย่างยั่งยืน
  • เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy): สร้างความยืดหยุ่น เพิ่มทักษะ และสร้างงานใหม่

นโยบายเหล่านี้จะช่วยเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก โดยใช้จุดแข็งของไทยด้านความเป็นกลาง ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเสถียรภาพความมั่นคงสูง

ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนเต็มที่ สร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่

ภาคเอกชนไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง พร้อมสร้างเครื่องยนต์เพื่อยกระดับการเติบโต (New growth engine) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

แนวทางนี้สอดคล้องกับกรอบ "Reinvent Thailand" ที่มุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ผ่านการเชื่อมโยงนโยบาย การลงทุน และข้อมูล (Connect the Dots) เพื่อสร้างการเติบโตที่ทั่วถึง มีคุณภาพ และเตรียมพร้อมสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

กกร.เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หน่วยงาน Think Tank และเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง