ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบหลายปี พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งนายกิตติ พัฒนายิ่งเจริญ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ แทนนายอาทิตย์ นันทวิทย์ ที่จะเกษียณอายุในสิ้นปีนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงินที่รวดเร็ว
รายละเอียดการปรับโครงสร้าง
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ครอบคลุมหลายด้าน โดยเฉพาะการรวมหน่วยธุรกิจบางส่วนเข้าด้วยกันเพื่อลดความซ้ำซ้อน และการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่เน้นด้านดิจิทัลและนวัตกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รวมธนาคารรายย่อยและธนาคารธุรกิจเข้าเป็นหน่วยเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า
- จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการเงิน (Financial Innovation Center) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ
- ปรับโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
มุมมองจากผู้บริหาร
นายกิตติ พัฒนายิ่งเจริญ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการนำพาธนาคารก้าวผ่านความท้าทาย โดยเน้นการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
“การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เราจะมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย” นายกิตติกล่าว
ด้านนายอาทิตย์ นันทวิทย์ CEO คนเก่า กล่าวถึงการตัดสินใจเกษียณอายุว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะธนาคารมีแผนงานที่ชัดเจนและพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาเชื่อมั่นว่าทีมผู้บริหารชุดใหม่จะสามารถนำพาธนาคารไปสู่ความสำเร็จได้
ผลกระทบต่อพนักงานและลูกค้า
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานบางส่วน โดยธนาคารได้ประกาศโครงการสมัครใจลาออก (Voluntary Resignation Program) สำหรับพนักงานที่สนใจ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนที่แน่ชัด ขณะที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าบริการต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับโครงสร้างของ SCB เป็นสัญญาณที่ดีในการปรับตัวของธนาคารใหญ่ในยุคที่ธุรกิจการเงินต้องเผชิญกับการแข่งขันจากฟินเทคและธนาคารดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ SCB กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง



