พาณิชย์ Kick Off ‘ไทยช่วยไทย’ หนุน SME 2,000 รายขายออนไลน์ ตั้งเป้ารายได้ 300 ล้าน
พาณิชย์ Kick Off ‘ไทยช่วยไทย’ หนุน SME 2,000 รายขายออนไลน์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย 2 ราย ได้แก่ Nex Gen Commerce และ Thailand Post Mart เพื่อเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ SME ผู้ผลิตสินค้าชุมชน และวิสาหกิจชุมชนกว่า 2,000 รายทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ

เน้นสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าชุมชน

โครงการนี้เน้นนำสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าชุมชนที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศมาจำหน่ายบนทั้งสองแพลตฟอร์มในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดเพื่อลดต้นทุนและช่วยกระตุ้นยอดขาย

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการทั้ง 2,000 รายจะได้รับการสนับสนุนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ และได้รับสิทธิประโยชน์ 3 ด้าน ได้แก่ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการขาย (GP) ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายผ่านการไลฟ์ขายสินค้า การรีวิว และการสร้างคอนเทนต์โดยอินฟลูเอนเซอร์และ KOL รวมถึงการสนับสนุนคูปองค่าจัดส่งสินค้าฟรีจำนวน 250 คูปองต่อร้าน คิดเป็นมูลค่ารวม 10 ล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้บริโภค

ผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าผ่านโครงการบนแพลตฟอร์ม Nex Gen Commerce และ Thailand Post Mart จะได้รับสิทธิ์โค้ดส่วนลด “ไทยช่วยไทย” มูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 200 บาท จำนวน 500,000 โค้ด คิดเป็นมูลค่ารวม 50 ล้านบาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เป้าหมายสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท

นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์เชิญชวนประชาชนเข้ามาใช้สิทธิ์และสนับสนุนสินค้าไทย หากโครงการได้รับการตอบรับที่ดี อาจมีการพิจารณาดำเนินการต่อในอนาคต เพื่อผลักดันให้สินค้า SME เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ส่วนการประเมินผลทางเศรษฐกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดว่า จากเงื่อนไขการใช้โค้ดส่วนลดที่กำหนดให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าขั้นต่ำ 200 บาท และได้รับส่วนลด 100 บาท จะทำให้เกิดมูลค่าการซื้อขายอย่างน้อย 300 บาทต่อรายการ เมื่อคำนวณจากจำนวนโค้ดทั้งหมด 500,000 โค้ด จะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจขั้นต่ำประมาณ 150 ล้านบาท และเนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มักมียอดซื้อสูงกว่าขั้นต่ำที่กำหนด จึงประเมินว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากโครงการอาจไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทในช่วงดำเนินโครงการ

สร้างความเข้มแข็งให้ SME ในระยะยาว

เป้าหมายสำคัญของโครงการไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขายในระยะสั้น แต่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักสินค้า ทดลองใช้ และกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และมีฐานลูกค้าของตนเองในอนาคต