เอกนิติ ชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยในเวที IMF เน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-AI-ทุนมนุษย์ รับมือความเสี่ยงโลก
เอกนิติ ชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยในเวที IMF รับมือความเสี่ยงโลก (16.04.2026)

เอกนิติ โชว์วิสัยทัศน์ในเวที IMF ชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-AI-พัฒนาทุนมนุษย์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและบทบาทของภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ในเวที IMF Governor Talks ภายใต้การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ประจำปี 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 โดยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของไทยในการรับมือกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงาน

การยกระดับการลงทุนเป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มีอยู่ รัฐบาลจึงได้กำหนด "การยกระดับการลงทุน" เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ผ่านการเร่งลงทุนในหลายด้านสำคัญ ได้แก่

  • โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม
  • การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน
  • การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต

เป้าหมายคือการยกระดับผลิตภาพและสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายรอบด้าน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กรอบนโยบาย 4T รับมือราคาพลังงานผันผวนและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รัฐบาลได้นำกรอบนโยบาย 4T มาใช้ ซึ่งประกอบด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. Target (การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า) เพื่อสนับสนุนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
  2. Transition (การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด) เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
  3. Transformation (การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว
  4. Together (ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ

ควบคู่ไปกับนี้ รัฐบาลยังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น Smart Grid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า รวมถึงส่งเสริมกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) และสนับสนุนการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา

นโยบายการคลังแบบตรงจุดและการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

ด้านนโยบายการคลัง รัฐบาลเน้นการดำเนินนโยบายแบบตรงจุด โดยมุ่งช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มแทนการช่วยเหลือแบบวงกว้าง เพื่อให้การสนับสนุนมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ ได้เร่งลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

บทบาทของอาเซียนและไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก

นายเอกนิติ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของอาเซียนในโลกที่มีความแตกแยก ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเป็นแรงยึดเหนี่ยวของระบบเศรษฐกิจโลกได้ โดยไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในเดือนตุลาคมนี้ จะขับเคลื่อนการประชุมภายใต้แนวคิด "Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience" เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

การประชุมนี้มุ่งเน้นสร้างโอกาสใหม่ด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจโลก และการยกระดับบทบาทของอาเซียนในฐานะพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของไทยในการเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและระดับโลก