เอกนิติเจรจา EU ดึงเม็ดเงินยุโรปหนุนพลังงานสะอาด-ยานยนต์ไฟฟ้าไทย
เอกนิติเจรจา EU ดึงเงินยุโรปหนุนเศรษฐกิจไทย (16.04.2026)

เอกนิติเจรจาทวิภาคีกับสหภาพยุโรปในสหรัฐฯ มุ่งดึงเม็ดเงินลงทุนหนุนเศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนาย Kyriakos Pierrakakis ประธาน EuroGroup และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของสาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) ในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ Spring Meetings ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจโลกและเสริมสร้างความร่วมมือ

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบที่มีต่อทั้งสหภาพยุโรปและประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ได้เน้นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายการคลังอย่างมีวินัย เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มุ่งดึงเม็ดเงินยุโรปสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย

ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นถึงศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านการลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่มีความสำคัญต่ออนาคตของไทย ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนและพัฒนาที่ยั่งยืน
  • ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย
  • เศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • อุตสาหกรรมขั้นสูงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการส่งเสริมการเชื่อมโยงเงินทุนจากยุโรปสู่โอกาสการเติบโตใหม่ของไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งขึ้น

การเจรจาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ