ยอดค้าปลีกจีนหดตัวครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เศรษฐกิจชะลอตัว
ยอดค้าปลีกจีนหดตัวครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

ยอดค้าปลีกจีนหดตัวครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด โดยยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ลดลง 0.6% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัว ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศยังคงซบเซา แม้จะมีวันหยุดยาวช่วงวันแรงงานต้นเดือนพฤษภาคมที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและร้านอาหารก็ตาม โดยผู้บริโภคจำนวนมากยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน หดตัว 4.1% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงเพียง 2% และแย่ลงจากการหดตัว 1.6% ในช่วง 4 เดือนแรก

ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นจุดอ่อน

ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีน โดยการลงทุนในภาคดังกล่าวดิ่งลงถึง 16.2% ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม ขณะที่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขยายตัวเพียง 0.6% ส่วนภาคการผลิตลดลง 0.4%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทางด้านภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวก โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.5% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.3% และฟื้นตัวจากระดับ 4.1% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่อัตราว่างงานทั่วประเทศอยู่ที่ 5.1% ลดลงเล็กน้อยจาก 5.2% ในเดือนเมษายน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียม

นักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญภาวะการเติบโตแบบฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียม โดยภาคการผลิตและการส่งออกยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ แม้การส่งออกยังเติบโตในระดับเลขสองหลักในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป