เมตา-ไมโครซอฟต์ เลิกจ้างพนักงานกว่า 8,000 คน เน้นลงทุนเอไอ
สองยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่างเมตาและไมโครซอฟต์ประกาศเตรียมเลิกจ้างพนักงานรวมกว่า 8,000 คน เพื่อนำเงินทุนไปเน้นลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยเมตาประกาศเลิกจ้างพนักงานประมาณ 8,000 คน หรือประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด เนื่องจากบริษัทกำลังเร่งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์และการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอที่มีต้นทุนสูง
เมตาเลิกจ้างพนักงาน 8,000 คน
เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา บริษัทเมตาได้ประกาศว่า กำลังเลิกจ้างพนักงานประมาณ 8,000 คน หรือประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด สาเหตุหลักมาจากการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์และการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอที่มีค่าใช้จ่ายสูง บริษัทระบุว่าการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดโอกาสให้มีการลงทุนใหม่ในส่วนต่าง ๆ ของธุรกิจ โดยเมตาจะเว้นตำแหน่งงานว่างไว้ประมาณ 6,000 ตำแหน่ง
ไมโครซอฟต์เสนอโครงการลาออกโดยสมัครใจ
ในวันเดียวกัน ไมโครซอฟต์ก็ประกาศว่า กำลังเสนอโครงการลาออกโดยสมัครใจให้กับพนักงานในสหรัฐฯ หลายพันคน โดยวางแผนที่จะเสนอโครงการนี้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมให้กับพนักงานประมาณ 8,750 คน หรือ 7% ของพนักงานในสหรัฐฯ การลดพนักงานเพื่อลดต้นทุนของไมโครซอฟต์นี้คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในด้านปัญญาประดิษฐ์
ค่าใช้จ่ายด้านเอไอพุ่งสูง
เมตาได้เตือนนักลงทุนแล้วว่า ค่าใช้จ่ายในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอยู่ในช่วง 1.62-1.69 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.25-5.48 ล้านล้านบาท ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและค่าตอบแทนพนักงาน โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทจ้างมาด้วยค่าตอบแทนที่สูงมาก
ไมโครซอฟต์เองก็ได้ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในการดำเนินงานเครือข่ายศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง ระบบเอไอ และชุดเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตนเอง รวมถึงผู้ช่วยเอไออย่าง Copilot
การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
การเลิกจ้างครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทต่าง ๆ ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในด้านปัญญาประดิษฐ์ การแข่งขันด้านเอไอที่รุนแรงทำให้บริษัทต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นเพื่อนำเงินมาลงทุนในเทคโนโลยีที่สำคัญนี้
ทั้งเมตาและไมโครซอฟต์ต่างมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยเมตาเน้นพัฒนาเอไอสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและโลกเสมือนจริง ขณะที่ไมโครซอฟต์มุ่งเน้นการบูรณาการเอไอเข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ของตนเอง



