ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันนี้ หลังจากกลุ่มโอเปกพลัสมีมติเลื่อนแผนการเพิ่มกำลังการผลิตออกไป สร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดโลก
โอเปกพลัสชะลอเพิ่มกำลังผลิต
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ตัดสินใจเลื่อนแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่เคยมีกำหนดไว้ในเดือนตุลาคมออกไปอีกสองเดือน การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลก
การเลื่อนแผนดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบ ซึ่งเป็นเกณฑ์ราคาน้ำมันดิบในภูมิภาคเอเชีย ปรับตัวขึ้นทันที โดยแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวขึ้นต่อไปหากโอเปกพลัสยังคงจำกัดกำลังการผลิตต่อไป
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน
นอกจากการตัดสินใจของโอเปกพลัสแล้ว ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ในอิสราเอลและฉนวนกาซาที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและขนส่งน้ำมันในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดก็ช่วยสนับสนุนแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน
นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานระบุว่า ตลาดน้ำมันกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอุปทาน โดยโอเปกพลัสมีกำลังการผลิตส่วนเกินจำกัด และการเลื่อนเพิ่มกำลังผลิตจะยิ่งทำให้ตลาดตึงตัวมากขึ้น ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นไปอีกในระยะสั้น
ผลกระทบต่อไทย
สำหรับประเทศไทย การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบดูไบจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐมีมาตรการดูแลราคาพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้ม
ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแนวโน้มราคายังมีความผันผวนสูงจากปัจจัยทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ รวมถึงนโยบายของโอเปกพลัสและธนาคารกลางสหรัฐ



