คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 3 ของปี 2567 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อเนื่อง โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภายนอก
เหตุผลในการคงดอกเบี้ย
กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวดีขึ้นจากการบริโภคและการท่องเที่ยว แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การคงดอกเบี้ยจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ร้อยละ 1.5 ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ร้อยละ 1-3 กนง. คาดว่าเงินเฟ้อจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี แต่ยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง
- การบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น
- การส่งออกที่ยังชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย
กนง. ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2567 ลงเล็กน้อยจากร้อยละ 2.6 เหลือร้อยละ 2.5 เนื่องจากผลกระทบจากงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า และการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวดี
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
กนง. ระบุถึงความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอตัวของจีนและสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความผันผวนของตลาดการเงินโลก
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
- นโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่เข้มงวด
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ กนง. พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดในการประชุมครั้งต่อไป



