ปตท. รับภาระสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้านบาท เพื่อป้องกันประเทศขาดแคลนน้ำมัน
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ออกมายืนยันว่า บริษัทต้องแบกรับภาระด้านสภาพคล่องเพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมัน ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานหลักของโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ
วิกฤตตะวันออกกลางกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ
จากรายงานของ PPTV Online เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ระบุว่า ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมากว่า 1 เดือน ได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งน้ำมันดิบของ ปตท. โดยเรือบรรทุกน้ำมันดิบลำสำคัญชื่อ Serifos ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบปริมาณ 2 ล้านบาร์เรลจากตะวันออกกลาง ติดค้างอยู่ที่ท่าเรือชาร์จาห์ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เรือลำดังกล่าวสามารถออกเดินทางได้ในที่สุด หลังจากล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 1 เดือน และคาดว่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 21 เมษายน 2569
การตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบทดแทนในราคาสูง
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศ ปตท. ตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนทันที โดยใช้ศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อในช่วงวิกฤตนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดโลกตึงตัวและมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทำให้น้ำมันดิบมีราคาสูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปกติอย่างมีนัยสำคัญ การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นและมีความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น โดยประเมินมูลค่าผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท
รายละเอียดภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น
การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่ม ปตท. ต้องรับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประกอบด้วย:
- หลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท
- เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) สำหรับการจัดหาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท
- เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท
รวมภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึงกว่า 7,000 ล้านบาท
ต้นทุนเพื่อความมั่นคงพลังงานของประเทศ
ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจตามปกติของ ปตท. และไม่ได้ถูกส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนที่เกิดจากการ ลดความเสี่ยงของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน
ปตท. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานเชิงรุก ปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ความขัดแย้ง แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงเร่งกระจายน้ำมันออกสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันในประเทศและรักษาความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคนไทย



