ปิดตำนาน 16 ปี ชาบูตง ราเมน TV Champion ยุติสาขาในไทย มิ.ย.69
ปิดตำนาน 16 ปี ชาบูตง ราเมน TV Champion ยุติสาขาในไทย

ชาบูตง ราเมน (Chabuton Ramen) ราเมนชื่อดังระดับเจ้าตำแหน่ง TV Champion จากประเทศญี่ปุ่น ประกาศปิดให้บริการ 2 สาขาสุดท้ายในประเทศไทยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 นับเป็นการปิดฉากตำนานยาวนานถึง 16 ปีที่เคยเป็นผู้บุกเบิกตลาดราเมนในไทย โดยสาขาเกตเวย์เอกมัยจะให้บริการวันสุดท้ายในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 และสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวจะเปิดให้บริการวันสุดท้ายในวันที่ 14 มิถุนายน 2569

ประวัติและความโดดเด่นของชาบูตง ราเมน

ชาบูตง ราเมน มีต้นกำเนิดจากนายยาสุจิ โมริซึมิ ผู้คว้าตำแหน่งชนะเลิศจากรายการ TV Champion อันทรงเกียรติของญี่ปุ่น และยังเป็นราเมนเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ZAGAT LA. และ MICHELIN Guide LA. ซึ่งเป็นนิตยสารแนะนำแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ นายโมริซึมิยังได้รับสมญานามว่า 'ผู้เป็นเลิศทางด้านการทำราเมน' จากงาน 8th Tokyo One Week Ramen Grand Prize อีกด้วย

การเข้ามาในไทยและความสำเร็จในอดีต

ในปี พ.ศ. 2553 บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ได้รับลิขสิทธิ์เป็นผู้ประกอบการชาบูตง ราเมน ในประเทศไทย โดยมีเมนูยอดฮิตอย่างทงคตสึราเมน (Tonkatsu Ramen) ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาทต่อชาม ในช่วงที่ตลาดราเมนเฟื่องฟูเมื่อปี พ.ศ. 2560 ตลาดราเมนในไทยมีมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านบาท โดยชาบูตงมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% และมีสาขามากกว่า 10 สาขา ถือเป็นผู้นำตลาดในขณะนั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คู่แข่งในตลาดราเมน

ในยุครุ่งเรือง ชาบูตงต้องเผชิญกับคู่แข่งมากมาย เช่น ฮะจิบัง ราเมน ราเมนหมายเลข 8 ราเมนคิง อาจิเซนราเมน โออิชิ ราเมน รวมถึง Kagetsu Ramen คาเกทสึ ราเมน ซึ่งอยู่ในเครือ CRG เช่นเดียวกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สาเหตุการปิดตัวและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

การปิดตัวของชาบูตงสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย จากยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกจำกัด สู่ยุคที่แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นและร้านราเมนเฉพาะทางแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ปัจจุบันตลาดราเมนไม่ได้เป็นเพียงอาหารญี่ปุ่นทางเลือกอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับพรีเมียม และมีแนวโน้มเป็น 'คราฟต์ราเมน' (Craft Ramen) มากขึ้น เช่น การใช้เส้นสดและซุปสูตรลับเฉพาะ ทำให้ร้านรุ่นบุกเบิกอย่างชาบูตงต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งการรักษาฐานลูกค้า การสร้างความแตกต่าง และการรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บทเรียนจากชาบูตง

การปิดฉาก 16 ปีของชาบูตงจึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า แม้แบรนด์จะมีชื่อเสียงและเคยเป็นผู้บุกเบิกตลาด แต่ในโลกธุรกิจร้านอาหาร ความสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันในปัจจุบัน การปรับตัวและนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอด