ในสภาวะที่เศรษฐกิจตึงตัวและราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงจนคนพากันหารถยนต์มือสองสภาพดีเพื่อเซฟเงินในกระเป๋า ตลาดรถมือสองโดยเฉพาะรถไฮบริดกลับมาคึกคัก แต่รถใช้แล้วก็พ่วงมาด้วยความเสี่ยงเรื่องรถย้อมแมวที่น่ากลัว สำหรับคนดูรถไม่เป็น และนี่คือคู่มือ วิธีจับผิดรถย้อมแมว ตรวจรถมือสองก่อนซื้อ
แกะรอยเอกสารประจำรถและประวัติย้อนหลัง
จุดเริ่มต้นของการเลือกซื้อรถมือสองไม่ใช่การเดินดูรอบคัน แต่คือการตรวจสอบเอกสาร เพราะต่อให้สภาพรถจะสวยปิ๊งขนาดไหน แต่ถ้าเอกสารไม่ผ่าน รถคันนั้นก็อาจกลายเป็นเศษเหล็กผิดกฎหมายได้ในพริบตา สิ่งที่คุณต้องดูเล่มทะเบียนแล้วเช็กอย่างละเอียด
ความสมบูรณ์ของเล่มและตัวเลข
ตรวจสอบรหัสเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์จากตัวรถจริง ต้องตรงกันทุกตัวอักษรกับที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียน ไม่มีรอยขูดขีด ฆ่า หรือตอกเลขใหม่ด้วยมือ
หน้าบันทึกของเจ้าหน้าที่
เปิดไปที่หน้า 18 หรือหน้าบันทึกรายการของเจ้าหน้าที่ขนส่ง จุดนี้คือสมุดพกประจำตัวรถที่ห้ามมองข้าม ให้ดูว่ารถคันนี้มีประวัติการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ดัดแปลงสภาพตัวถัง เปลี่ยนสี แจ้งแก๊ส หรือมีประวัติออกเล่มใหม่แทนเล่มเดิมที่สูญหายหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนมือบ่อยเกินไปหรือออกเล่มใหม่บ่อย ๆ ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
ลำดับผู้ถือกรรมสิทธิ์
เช็กให้แน่ใจว่ารถผ่านมือมาแล้วกี่คน รถมือเดียวขี่น้อย ย่อมดีกว่ารถที่เปลี่ยนมาแล้ว 5-6 มือ และชื่อของเจ้าของคนล่าสุดในเล่ม ต้องตรงกับบัตรประชาชนของผู้ขาย ณ วันที่ทำสัญญาซื้อขาย
หน้าคู่มือเสียภาษีประจำปี
ลองไล่ดูตารางการเสียภาษีประจำปีในเล่ม รถที่ใช้งานมาหลายปี สีน้ำหมึกและตัวเลขตราประทับของแต่ละปีจะต้องมีความเก่า-ใหม่ ซีดจาง แตกต่างกันไปตามกาลเวลา หากพบว่าสีน้ำหมึก หัวลูกศร หรือตัวเลขสลักของทุก ๆ ปีดูสดใหม่ คมชัด และเป็นสีเดียวกันหมดราวกับเพิ่งพิมพ์ออกมาพร้อมกัน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับเล่มทะเบียนปลอม
ตรวจเลขไมล์บนหน้าปัด
เลขไมล์คือตัวชี้วัดสำคัญที่บอกว่ารถคันนี้ผ่านศึกมาหนักหน่วงแค่ไหน แต่นี่ก็คือจุดที่ถูกศัลยกรรมหรือกรอไมล์มาหลอกตาคนซื้อได้ง่ายที่สุด หากเจอรถที่ปีเก่าแต่เลขไมล์น้อยจนเหลือเชื่อ อย่าเพิ่งดีใจ ให้ใช้วิธีเช็กสภาพจริงขัดแย้งกับตัวเลข ดังนี้
ร่องรอยการสัมผัสภายในห้องโดยสาร
ตัวเลขบนหน้าปัดอาจจะโกหกได้ แต่ความเสื่อมสภาพของอุปกรณ์หลอกกันไม่ได้ ให้ดูความสึกหรอของ พวงมาลัย หัวเกียร์ แป้นเหยียบคันเร่งเบรก รวมถึงปีกเบาะฝั่งคนขับ รถที่ไมล์แท้วิ่งน้อย อุปกรณ์เหล่านี้ต้องยังเต่งตึง ไม่ลอก ไม่ถลอก หรือสึกจนเนียนเรียบ หากรถไมล์ 50,000 กิโลเมตร แต่พวงมาลัยลอกจนเห็นเนื้อในชวนสงสัย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโดนกรอไมล์มาแน่นอน
ความสมเหตุสมผลของวันจดทะเบียน
โดยเฉลี่ยแล้ว รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปจะมีระยะการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 – 25,000 กิโลเมตรต่อปี หากรถจดทะเบียนมาแล้ว 7-8 ปี แต่เลขไมล์เพิ่งแตะ 30,000 กิโลเมตร ให้ลองเช็กสมุดรับประกัน หรือโทรเช็กประวัติเข้าศูนย์บริการครั้งล่าสุดดูว่า ตัวเลขระยะทางครั้งสุดท้ายที่บันทึกไว้ในระบบขัดแย้งกับหน้าปัดปัจจุบันหรือไม่
การกรอเลขไมล์แล้วนำรถมาหลอกขาย ถือเป็นการกระทำความผิดทางกฎหมาย เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เนื่องจากการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ผู้ซื้อยังสามารถฟ้องร้องเพื่อยกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้อีกด้วย
เช็กสภาพโครงสร้างและผิวตัวถัง
ตัวถังภายนอกคือสิ่งแรกที่เห็น ซึ่งเต็นท์รถหรือเจ้าของเดิมมักจะนำรถไปเก็บงาน ทำสี หรือดัดแปลงสภาพผิวให้ดูใหม่เอี่ยมก่อนนำมาลงขายเสมอ วิธีการตรวจสอบในข้อนี้ แนะนำให้แบ่งการสังเกตออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
มิติและระยะห่าง
เดินดูรอบตัวรถในระยะห่างประมาณ 2-3 เมตรเพื่อดูทรงรถโดยรวมก่อน จากนั้นเดินเข้าไปดูช่องว่างระหว่างรอยต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น รอยต่อฝากระโปรงหน้ากับแก้มข้าง ช่องว่างประตูแต่ละบาน หรือฝาท้าย รถที่สภาพเดิมโรงงาน ระยะห่างเหล่านี้ต้องสม่ำเสมอ เท่ากันตลอดแนว หากพบว่าฝั่งหนึ่งห่าง แต่อีกฝั่งเบียดชิดจนแทบชนกัน บ่งบอกว่าโครงสร้างภายในอาจเคยเคลื่อนจากอุบัติเหตุ
การสะท้อนของแสงและผิวสัมผัส
ให้ลองก้มมองผิวรถในระนาบสายตาขนานกับตัวถัง สังเกตแสงสะท้อนบนผิวสี หากเห็นแสงสะท้อนหักเห ผิวเป็นคลื่น หรือส่องแล้วเนื้อสีขึ้นลายผิวส้ม ไม่เรียบเนียนเสมอกับชิ้นส่วนอื่น สันนิษฐานได้เลยว่าชิ้นส่วนนั้นผ่านการโป๊สีและพ่นสีใหม่มา
การเคาะทดสอบเสียง
ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางเคาะเบา ๆ ไปตามตัวถังไล่ไปทีละชิ้นส่วน รถที่สีเดิม ๆ ไม่เคยชนหนัก เวลาเคาะจะมีเสียงโปร่งใสและกังวาน เสียงแป๊ะ ๆ เพราะมีแค่ชั้นเหล็กและสีบาง ๆ แต่ถ้าเคาะแล้วเสียงทึบ แน่นตึ้บ เสียงตุ้บ ๆ ตึบ ๆ แสดงว่าตรงจุดนั้นผ่านการพอกน้ำยาโป๊สีมาหนาแน่นเพื่อปกปิดร่องรอยความเสียหาย
เช็กรอยตะเข็บ เม็ดอาร์ก และรอยต่อสำคัญ
ตะเข็บตัวถังและรอยเชื่อมสปอตจากโรบอตในโรงงาน คือลายนิ้วมือของรถยนต์ที่ไม่สามารถทำเลียนแบบให้เหมือนเดิม 100% ได้ด้วยมืออู่ซ่อมรถ จุดเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ใต้ซีลยางและขอบพลาสติก ซึ่งเป็นจุดตายที่ต้องรื้อดูเพื่อเช็กว่าเคยโดนชนหนักจนเสียรูปมาหรือไม่ โดยมีจุดไฟลต์บังคับที่ต้องเช็กดังนี้
คานหน้าและซุ้มล้อ
เปิดฝากระโปรงหน้า สังเกตหัวนอตที่ยึดแก้มข้างและคานหน้า ต้องไม่มีรอยถลอกหรือรอยประแจขัน ตัวคานต้องไม่มีรอยดัด รอยย่น หรือพ่นสีใหม่จนดูผิดหูผิดตา ที่สำคัญ สติกเกอร์เตือนหรือเพลทระบุรหัสตัวถัง ถ้ามี ที่แปะมาจากโรงงานต้องอยู่ครบในสภาพธรรมชาติ ไม่มีการลอกแล้วแปะซ้ำ
แก้มข้างและเบ้าโช้ค
ตะเข็บและจุดสปอตบริเวณห้องเครื่องซ้าย-ขวา ต้องมีความสมมาตร รอยพับเหล็กและรอยนูนต้องคมเท่ากันทั้งสองด้าน ไม่มีรอยเชื่อมแก๊สด้วยมือหรือรอยอุดซิลิโคนย้วย ๆ
ขอบประตูทั้ง 4 บาน
จุดนี้ห้ามเกรงใจ ให้ลองขออนุญาตดึงซีลยางขอบประตูออกดู สังเกตตามขอบเหล็ก ต้องเห็นรอยบุ๋มกลม ๆ ขนาดเท่า ๆ กัน เรียงตัวเป็นระเบียบตลอดแนว หากพบว่าแนวอาร์กเลือนหายไป มีเนื้อเหล็กเรียบเนียนผิดปกติ หรือมีรอยอ๊อกเชื่อมเหล็ก แสดงว่ารถคันนี้เคยโดนชนด้านข้างจนเสากลางยุบแล้วช่างตัดต่อตัวถังใหม่
หลุมยางอะไหล่และท้ายรถ
เปิดฝากระโปรงท้าย ยกพรมปูพื้นขึ้นจนเห็นหลุมวางยางอะไหล่ ดูแนวซิลิโคนตามรอยต่อโครงสร้างท้ายรถ ซิลิโคนเดิมโรงงานเมื่อลองใช้เล็บจิกจะรู้สึกเหนียวแน่นและยุบตัวลงไปเล็กน้อย แนวรอยนูนและเม็ดอาร์กซ้าย-ขวาต้องเท่ากัน หากเห็นรอยย่นของเหล็ก คราบสนิม หรือซิลิโคนป้ายมาแบบหนาเตอะไม่เรียบร้อย แสดงว่าเคยโดนชนท้ายมาแน่นอน
เช็กระบบส่งกำลังและระบบรองรับ หรือช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว
ตรงนี้แหละที่สำคัญพอ ๆ กับการตรวจสอบตัวถังและสี ระบบส่งกำลังและช่วงล่างคือหัวใจและชีพจรของรถยนต์ใช้แล้ว ค่าซ่อมในส่วนนี้หากเจอแจ็กพอตพวกเกียร์ อาจสูงแตะหลักหมื่นหลักแสน หรือแม้แต่หลายแสน โดยเฉพาะรถยุโรปราคาหล่นหนักที่แต่ละรุ่นล้วนน่าใช้ ถ้าระบบส่งกำลังยังอยู่ในสภาพดีถือว่าคุ้ม แต่ถ้าใกล้จะพัง หรือพังแล้ว เอามาซ่อม รับรองว่าถ้าอาการหนักเจ้าของใหม่อาจอ่วมอรทัยเมื่อเห็นบิลตัวเลขค่าซ่อมเกียร์ ดังนั้น การตรวจเช็กอย่างละเอียดทั้งตอนจอดนิ่งและตอนออกไปทดลองขับจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ คือ
เครื่องยนต์
การตรวจสอบเครื่องยนต์ต้องทำทั้งในขณะดับเครื่องและขณะติดเครื่องเพื่อฟังเสียงและดูการทำงาน
ขณะดับเครื่อง ดูรอยรั่วซึมของของเหลว ใช้ไฟฉายส่องดูตามประเก็นฝาวาล์ว ซีลข้อเหวี่ยง และใต้ท้องรถ ต้องแห้งสนิท ไม่มีคราบน้ำมันเครื่องเยิ้มหรือจับตัวเป็นก้อนเหนียว ระบบหล่อเย็น เปิดฝาหม้อน้ำและถังพักน้ำ ทำตอนเครื่องเย็นเท่านั้น น้ำต้องสะอาด ไม่มีคราบตะกรัน คราบสนิม หรือมีคราบน้ำมันเครื่องลอยเป็นแพ ถ้ามีอาการเหมือนนมข้นหวานผสมอยู่ แสดงว่าประเก็นฝาสูบอาจโก่งหรือแตก สายพานและส่วนประกอบ สายพานหน้าเครื่องต้องไม่มีรอยแตกลายงา ขั้วแบตเตอรี่สะอาดไม่มีขี้เกลือขึ้นหนาเตอะ และระดับของเหลวต้องอยู่ในระดับที่ถูกต้องและไม่มีสีดำสนิทชวนสงสัย
ลองติดเครื่องยนต์ สังเกตรอบเดินเบาและเสียงการทำงาน เมื่อสตาร์ตแล้ว เครื่องยนต์ต้องติดง่าย รอบนิ่งไม่สวิงขึ้นลง เครื่องยนต์ต้องไม่มีอาการสั่นสะท้านจนสะดุด และต้องไม่มีเสียงโลหะกระทบกัน เสียงวาล์วดัง หรือเสียงแบริ่งหอน สีของควันไอเสีย ให้คนช่วยเหยียบคันเร่งขึ้นไปประมาณ 3,000 รอบ แล้วสังเกตปลายท่อไอเสีย ควันที่ปกติคือควันใส หากมีควันสีขาวพวยพุ่งและมีกลิ่นเหม็นไหม้ แสดงว่าเครื่องยนต์เริ่มหลวม น้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าห้องเผาไหม้ แต่ถ้าเป็นควันสีดำหมายถึงส่วนผสมหนา เชื้อเพลิงจ่ายเกิน ระบบเซนเซอร์หรือหัวฉีดอาจมีปัญหา
ระบบเกียร์
เกียร์เป็นชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนสูงและค่าโอเวอร์ฮอลหรือเปลี่ยนลูกใหม่นั้นแพงเอาเรื่อง การเช็กเกียร์ต้องโฟกัสไปที่จังหวะการตัดต่อกำลัง
การทดสอบตอนจอด ติดเครื่องยนต์ เหยียบเบรกค้างไว้ แล้วลองเลื่อนหัวเกียร์สลับไปมา P-R-N-D จังหวะที่เข้าเกียร์ R หรือ D รถต้องมีแรงดึงพร้อมจะเคลื่อนตัวทันทีภายใน 1-2 วินาที หากเข้าเกียร์แล้วรถนิ่งสนิท ต้องรอเกียร์อมหรือต้องเหยียบคันเร่งส่งรถถึงจะยอมขยับ บ่งบอกว่าคลัตช์ภายในเกียร์เริ่มหมดหรือสมองเกียร์มีปัญหา
การทดสอบตอนขับ ในระหว่างทดลองขับ ให้สังเกตจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ เกียร์ที่ดีต้องเปลี่ยนได้นุ่มนวล ต่อเนื่อง ไม่มีการกระตุกอย่างรุนแรง ไม่มีเสียงเฟืองเกียร์หอนในย่านความเร็วสูง และรอบเครื่องยนต์ต้องสอดคล้องกับความเร็วรถ ไม่สวิงวูบวาบโดยที่รถไม่แรงขึ้น
ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว
แม้ว่าช่วงล่างที่เสื่อมสภาพอาจจะไม่ทำให้รถถึงขั้นสตาร์ตไม่ติดอยู่ข้างทาง แต่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย การทรงตัวในย่านความเร็วสูง และที่สำคัญคืองบประมาณการซ่อมที่มักจะบานปลายได้ง่ายมาก วิธีจับสังเกตอาการ ให้ลองฟังและจับอาการตามนี้
เสียงสัญญาณเตือนบอกอาการ เสียงกุก ๆ กัก ๆ หรือตึงตัง ยามที่ขับผ่านลูกระนาด ทางขรุขระ หรือตกร่องถนน อาการนี้ฟ้องชัดเจนว่าชิ้นส่วนจำพวก ลูกหมากปีกนก ลูกหมากคันชักแร็คพวงมาลัย ยางรองแท่นเครื่อง หรือบูชยางต่าง ๆ เริ่มเสื่อมสภาพจนเนื้อยางแตกหัก เหล็กจึงกระแทกกับเหล็กโดยตรง เสียงแกรก ๆ ๆ ถี่ ๆ ตอนหักพวงมาลัยเลี้ยวสุด แล้วกดคันเร่งออกตัว นี่คือสัญญาณชีพจรสุดท้ายของหัวเพลาขับตัวนอก ซึ่งมักเริ่มจากยางหุ้มเพลาขาด ทำให้น้ำและเศษทรายหลุดเข้าไปกัดทำลายชุดลูกปืนภายในจนพังเสียหาย
สัมผัสและอาการทางกายภาพ อาการย้วยยวบ ยวบยาบเหมือนเรือโคลง ให้ลองใช้มือกดหน้ารถหรือท้ายรถลงตรง ๆ รถที่โช้คอัพยังสมบูรณ์จะสะท้อนกลับและคืนตัวนิ่งทันทีภายใน 1-2 ครั้ง แต่ถ้ากดแล้วตัวรถยังเด้งขึ้นลงดึ๋ง ๆ แปลว่าโช้คอัพกลับบ้านเก่าไปแล้ว เวลาขับเร็วรถจะลอยและทรงตัวอันตรายมาก อาการพวงมาลัยกินเลน ในจังหวะที่วิ่งทางตรงยาวและอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ให้ลองปล่อยมือจากพวงมาลัยสั้น ๆ ตัวรถต้องรักษาแนวตรงไปข้างหน้า หากตัวรถมีอาการดึงขืนออกซ้ายหรือขวาทันที แสดงว่าศูนย์ล้อเพี้ยนหนัก หรือร้ายแรงกว่านั้นคือโครงสร้างช่วงล่างบางชิ้นอาจคดงอจากการเคยกระแทกฟุตบาทหรือเกิดอุบัติเหตุมาก่อน
ก่อนควักกระเป๋า แม้ว่าระบบช่วงล่างจะใจดีตรงที่สามารถแยกซ่อมเฉพาะจุดได้ ไม่จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนยกชุด แต่ถ้าลองบวกคำนวณดูแล้วพบว่ารถคันนี้ปล่อยปละละเลยจนอาการเสียสะสมเพียบ ค่าค่าแรงรวมค่าอะไหล่รวมกันอาจพุ่งสูงจนน่าตกใจ แนะนำให้ใช้จุดนี้เป็นไม้ตายในการต่อรองราคากับผู้ขาย หรือไม่ก็ถอยออกมาแล้วลองเปรียบเทียบดูรถคันอื่นจะคุ้มค่าเงินในกระเป๋ามาก
เช็กระบบไฟ อุปกรณ์ส่วนประกอบ และฟังก์ชันอำนวยความสะดวก
หลังจากเช็กโครงสร้างและเครื่องยนต์จนมั่นใจแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจสอบระบบไฟและฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร เพราะระบบไฟฟ้าของรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มีค่าซ่อมที่จุกจิกไม่แพ้กัน
ระบบไฟส่องสว่างรอบคัน
ลองเปิดใช้งานไฟทุกดวง ตั้งแต่ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน รวมถึงไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ต้องติดครบทุกดวงและไม่มีอาการไฟกระพริบระริก
ระบบปรับอากาศ
เปิดแอร์ทิ้งไว้สักระยะ ลมแอร์ต้องเย็นฉ่ำ สปีดพัดลมทำงานครบทุกระดับ และที่สำคัญต้องไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นชื้นพุ่งออกมาในแวบแรกที่เปิด
ระบบบังคับเลี้ยวและกลไก
ลองหมุนพวงมาลัยซ้าย-ขวาจนสุดขณะจอดนิ่ง พวงมาลัยต้องสมูท ไม่มีเสียงดังกึก ๆ ไม่ฝืดค้าง และเมื่อปล่อยมือตอนเลี้ยวรถต้องมีแรงคืนตัวกลับสู่ตรงกลางได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ให้ทดลองระบบเซ็นทรัลล็อกและรีโมทกุญแจว่ายังล็อกและปลดล็อกได้ครบทุกบานหรือไม่
วิธีจับผิดรถมือสองเคยจมน้ำ
อีกหนึ่งฝันร้ายของคนซื้อรถมือสองที่หลายคนนึกไม่ถึงคือรถจมน้ำ เพราะน้ำและโคลนที่เข้าไปฝังในระบบกลไกและสมองกลไฟฟ้าจะค่อย ๆ กัดกร่อนและสร้างปัญหาตามมาแบบไม่จบไม่สิ้นในอนาคต แม้ว่าเต็นท์รถจะทำความสะอาดมาเนียนแค่ไหน แต่คุณสามารถจับผิดร่องรอยที่ซ่อนอยู่ได้ด้วย 5 จุด
ดมกลิ่นอับชื้นฝังลึกภายในห้องโดยสาร
ทันทีที่เปิดประตูรถ ให้สูดหายใจลึก ๆ สังเกตกลิ่นภายใน รถที่เคยจมน้ำจะมีกลิ่นอับชื้นฝังแน่น คล้ายผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำ โชยออกมา แม้จะจอดตากแดดหรือพ่นน้ำหอมกลบเกลื่อนก็มักจะเอาไม่อยู่ จากนั้นให้เอามือลูบตามพรมพื้นรถ ใต้ผ้ายาง และเพดาน ดูว่ามีคราบด่าง คราบเชื้อรา หรือสีของพรมซีดจางไม่เท่ากันหรือไม่
ตรวจคราบสนิม ดินทราย ใต้ท้องและห้องเครื่อง
ให้ยกรถขึ้นฮอยส์หรือก้มลงดูใต้ท้องรถอย่างละเอียด รถที่จมน้ำจะเกิดคราบสนิมเกาะกินหนาแน่นตามจุดยึด รอยต่อเหล็ก และนอตต่าง ๆ มากผิดปกติ ส่วนในห้องเครื่องให้ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปตามซอกลึกหลังแผงแดชบอร์ด ในกล่องฟิวส์ หรือตามขั้วสายไฟ หากเจอคราบดินโคลนหรือเศษทรายละเอียดยังหลงเหลืออยู่ บ่งบอกได้เลยว่ารถคันนี้เคยลุยน้ำมิดคันมาแน่นอน
ระบบไฟและระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบไฟในรถจมน้ำจะทำงานเอ๋อ ๆ เพี้ยน ๆ ให้ลองกดสวิตช์กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงพร้อมกันทุกบาน เปิด-ปิดเครื่องเสียง ปรับเบาะไฟฟ้า และลองใช้งานซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งเพื่อดูว่าระบบกลไกมีอาการสะดุด หรือมีเสียงมอเตอร์ครางดังผิดปกติหรือไม่
ชักก้านวัดดูสีน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์
เปิดฝากระโปรงแล้วดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ถ้าน้ำมันเครื่องมีสีน้ำตาลขุ่นคล้ายกาแฟใส่นม หรือมีหยดน้ำเกาะปนอยู่ แปลว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปผสมในห้องเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับน้ำมันเกียร์ หากพบสีขุ่นผิดปกติ ให้ถอยห่างทันที
แกะรอยจากประวัติซ่อมและเล่มทะเบียน
ขอดูสมุดบันทึกการเข้าเช็กศูนย์หรือใบเสร็จการซ่อมจากเจ้าของเดิมอย่างละเอียด และสิ่งสำคัญที่สุดคือ การตรวจสอบประวัติทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเช็กให้ชัวร์ว่ารถคันนี้เคยมีประวัติแจ้งอุบัติเหตุหนัก มีการคืนทุนประกัน หรือมีการโอนเปลี่ยนมือเจ้าของบ่อยผิดปกติหรือไม่
การสละเวลาตรวจสอบรถมือสองอย่างละเอียดตามขั้นตอนทั้งหมดนี้ คือเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยยืนยันว่า รถยนต์คันที่คุณกำลังจะควักเงินก้อนโตซื้อนั้นดีพอและปลอดภัย สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะคงไม่มีใครอยากซื้อรถมาเพื่อซ่อมมากกว่าขับ นอกจากเรื่องสภาพตัวรถแล้ว ความโปร่งใสทางกฎหมาย ก็สำคัญไม่แพ้กัน การตรวจสอบเล่มทะเบียนเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ การปลอมแปลงเอกสาร และการเช็กประวัติเพื่อป้องกันการกรอเลขไมล์ จะช่วยปิดความเสี่ยงทางกฎหมายและทำให้คุณได้รถมือสองที่คุ้มค่าเงิน มีคุณภาพ และขับขี่ได้อย่างสบายใจ



