รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้-ส้มตะวันตก คืบหน้าตามแผน เตรียมเปิดใช้บริการปี 2573
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งทั้งสองโครงการคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2573 เพื่อเสริมสร้างโครงข่ายระบบรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ความก้าวหน้าของรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้
ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มีความก้าวหน้าของงานโยธาเฉลี่ยอยู่ที่ 69.98% โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 6 สัญญา ดังนี้
- สัญญาที่ 1 ช่วงเตาปูน–หอสมุดแห่งชาติ: งานโยธาคืบหน้า 82.74% ซึ่งเป็นส่วนที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด เนื่องจากมีการก่อสร้างโครงสร้างหลักของสถานีและอุโมงค์ใต้ดินอย่างต่อเนื่อง
- สัญญาที่ 2 ช่วงหอสมุดแห่งชาติ–ผ่านฟ้า: งานโยธาอยู่ที่ 78.72% ยังคงเดินหน้าก่อสร้างทั้งโครงสร้างใต้ดินและสถานีในย่านใจกลางกรุงเทพฯ
- สัญญาที่ 3 ช่วงผ่านฟ้า–สะพานพุทธ: คืบหน้า 64.22% โดยต้องบริหารจัดการพื้นที่ในเขตเมืองชั้นในอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตประจำวัน
- สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ–ดาวคะนอง: งานโยธาอยู่ที่ 68.57% กำลังก่อสร้างอุโมงค์และสถานีเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งธนบุรี
- สัญญาที่ 5 ช่วงดาวคะนอง–ครุใน: คืบหน้า 50.54% เน้นการก่อสร้างอาคารจอดรถไฟฟ้าและอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ
- สัญญาที่ 6 งานออกแบบและก่อสร้างระบบราง: คืบหน้า 58.40% ครอบคลุมการติดตั้งระบบรางและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟฟ้า
โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าจากฝั่งเหนือสู่ฝั่งใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยา และคาดว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดปัญหาการจราจร และยกระดับระบบขนส่งสาธารณะเมื่อแล้วเสร็จ
ความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตก
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีความก้าวหน้าดังนี้
- งานก่อสร้างโดยรวม: คืบหน้า 25.04%
- งานโยธา: คืบหน้า 27.34% โดยได้เริ่มก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินและโครงสร้างสถานีในหลายพื้นที่
- งานระบบรถไฟฟ้า: คืบหน้า 7.39% ครอบคลุมการติดตั้งระบบเดินรถ ไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะดำเนินการหลังจากงานโยธาแล้วเสร็จในระดับหนึ่ง
โครงการนี้จะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เมื่อเปิดให้บริการในปี 2573 คาดว่าจะเพิ่มศักยภาพระบบขนส่งมวลชน ลดปัญหาการจราจร และเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน
ทั้งสองโครงการถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่ที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในอนาคต



