เปิดตัวอัตราค่าบริการทางด่วนใหม่ มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายนนี้
เปิดตัวอัตราค่าบริการทางด่วนใหม่ มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายน

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ได้ประกาศปรับอัตราค่าบริการผ่านทางด่วนใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป การปรับครั้งนี้ครอบคลุมทั้งทางด่วนสายศรีรัช ทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนบูรพาวิถี โดยอัตราค่าโดยสารจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น รวมถึงค่าบำรุงรักษาและค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

รายละเอียดอัตราค่าบริการใหม่

สำหรับทางด่วนศรีรัช อัตราค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จะปรับจาก 50 บาท เป็น 55 บาท ส่วนรถยนต์ 6-10 ล้อ ปรับจาก 80 บาท เป็น 90 บาท และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ ปรับจาก 120 บาท เป็น 135 บาท ทางด่วนเฉลิมมหานคร รถยนต์ 4 ล้อ ปรับจาก 40 บาท เป็น 45 บาท รถยนต์ 6-10 ล้อ ปรับจาก 70 บาท เป็น 80 บาท และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ ปรับจาก 110 บาท เป็น 125 บาท ส่วนทางด่วนบูรพาวิถี รถยนต์ 4 ล้อ ปรับจาก 60 บาท เป็น 65 บาท รถยนต์ 6-10 ล้อ ปรับจาก 100 บาท เป็น 110 บาท และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ ปรับจาก 150 บาท เป็น 165 บาท

เหตุผลในการปรับอัตราค่าบริการ

กทพ. ชี้แจงว่าการปรับอัตราค่าบริการครั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาสัมปทานที่อนุญาตให้ปรับขึ้นตามดัชนีราคาผู้บริโภคและต้นทุนการก่อสร้าง โดยการปรับครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2562 และนับตั้งแต่นั้นต้นทุนค่าดำเนินงาน ค่าบำรุงรักษา และค่าก่อสร้างได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังรวมถึงการลงทุนในระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติและระบบจัดการจราจรอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ

ผู้ใช้บริการทางด่วนจะได้รับผลกระทบจากค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ทางด่วนเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม กทพ. ยืนยันว่าอัตราค่าบริการใหม่ยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับคุณภาพการให้บริการ นอกจากนี้ยังมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น การให้ส่วนลดสำหรับผู้ใช้บ่อย หรือการส่งเสริมให้ใช้ระบบ Easy Pass เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้บริการ

ผู้ใช้บริการควรตรวจสอบอัตราค่าผ่านทางใหม่ก่อนการเดินทาง และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจาก กทพ. ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันมือถือ รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์