นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกาว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของทีมไทยแลนด์คือการหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เกี่ยวกับการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 โดยฝ่ายไทยได้ชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่สหรัฐฯ สอบถาม หลังจากที่ไทยได้ส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญในการหารือ
การหารือครั้งนี้ครอบคลุม 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน หรือ Excess Capacity และปัญหามาตรฐานแรงงาน หรือ Forced Labor นางศุภจีระบุว่า การพูดคุยเป็นไปในภาพรวมและหลักการ โดยฝ่ายไทยมั่นใจว่าสามารถตอบข้อซักถามของสหรัฐฯ ได้ครบถ้วน และไม่มีประเด็นเพิ่มเติมที่สหรัฐฯ จะนำมาโต้แย้ง
“ฝ่ายไทยมั่นใจว่าสามารถตอบข้อซักถามของสหรัฐฯ ได้ครบถ้วน และไม่น่ามีประเด็นที่สหรัฐฯ จะนำมาโต้แย้งเพิ่มเติม เพราะเรามีข้อมูลและหลักฐานรองรับในทุกประเด็น” นางศุภจีกล่าว
การหารือทางเทคนิคและเป้าหมายการสรุป
สำหรับรายละเอียดเชิงเทคนิค จะมีการหารือระหว่างทีมเทคนิคของทั้งสองฝ่ายในวันที่ 13-14 พฤษภาคมนี้ โดยฝ่ายไทยจะนำโดย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะเจรจาการค้าและผู้แทนการค้าไทยจากกระทรวงการต่างประเทศ
นอกจากนี้ ไทยและสหรัฐฯ ยังได้หารือเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้า หรือ Trade Relationship ซึ่งมีบางประเด็นค้างจากการเจรจาที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันที่จะเร่งหาข้อสรุปให้ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ทันก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศภายใต้มาตรา 301
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้าจะพิจารณาผลการดำเนินการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดกรอบเวลาของมาตรา 122 แม้ล่าสุดจะมีข่าวว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาทบทวนรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับมาตรานี้ แต่ไทยยังคงมั่นใจว่าสามารถชี้แจงข้อมูลทุกขั้นตอนได้ครบถ้วน และจะรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย รวมถึงดูแลความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างเต็มที่
การเข้าร่วม SelectUSA Investment Summit
นางศุภจีกล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ ยังได้เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit ร่วมกับภาคเอกชนไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ในนามทีมไทยแลนด์ โดยมีภารกิจสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านนวัตกรรม ความสามารถของผู้ประกอบการไทย และโอกาสในการลงทุนร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ
ในการเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit ภาคเอกชนไทยได้มีโอกาสนำเสนอศักยภาพของธุรกิจไทยต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ไทยยังได้ใช้เวทีดังกล่าวสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความพร้อมรองรับการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งด้านนโยบายเศรษฐกิจ การค้า และการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน
การพบปะกับ US-ASEAN Business Council และ US Chamber of Commerce
หลังจากนั้น คณะไทยยังได้เข้าร่วมงานพบปะผู้ประกอบการรายใหญ่ของสหรัฐฯ ภายใต้ US-ASEAN Business Council ซึ่งเป็นโอกาสในการหารือและเจรจาถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย โดยได้อธิบายวิสัยทัศน์ด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้าของรัฐบาลไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนของไทยจำนวนมาก โดยไทยได้ชี้แจงถึงแนวทางสนับสนุนการลงทุน เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ ส่งเสริมการสร้างซัพพลายเชนในไทย การจ้างงานคนไทย รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน
นอกจากนี้ คณะไทยยังได้หารือกับ US Chamber of Commerce ซึ่งเป็นอีกกลุ่มสำคัญของภาคธุรกิจสหรัฐฯ โดยผู้ประกอบการสหรัฐฯ ให้ความสนใจความคืบหน้าการเจรจาเรื่องภาษีและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายไทยได้ชี้แจงสถานการณ์และแนวทางการเจรจา เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนสหรัฐฯ เดินหน้าลงทุนในไทยต่อไป



