สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย
สหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากประเทศไทยเป็นร้อยละ 25 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมส่งออกของไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มเหล็กและอลูมิเนียม
รายละเอียดการปรับภาษี
ตามประกาศของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) การปรับภาษีครั้งนี้ครอบคลุมสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมทุกประเภทที่นำเข้าจากไทย โดยอัตราภาษีเดิมอยู่ที่ร้อยละ 10 สำหรับเหล็ก และร้อยละ 15 สำหรับอลูมิเนียม การปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 เท่ากันทั้งสองประเภท สาเหตุหลักมาจากสหรัฐฯ มองว่าประเทศไทยยังคงมีกำลังการผลิตส่วนเกินและมีการอุดหนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การขึ้นภาษีครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยโดยตรง โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกเหล็กและอลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ผู้ประกอบการไทยจะต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรืออาจต้องปรับกลยุทธ์การส่งออกไปยังตลาดอื่นแทน
นายกสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทย กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของไทย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้เตรียมมาตรการรองรับ เช่น การเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐฯ และการส่งเสริมการส่งออกไปยังตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง
ปฏิกิริยาจากภาครัฐและเอกชน
กระทรวงพาณิชย์ไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยชี้ว่าการขึ้นภาษีดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีระหว่างสองประเทศ
ด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน รวมถึงการหาตลาดส่งออกใหม่ๆ เพื่อลดผลกระทบจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ มากเกินไป
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังได้ประกาศยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมบางประเภทที่ใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้ผู้ส่งออกไทยบางรายสามารถขอรับการยกเว้นได้



