ธนาคารยูโอบี (UOB) เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ว่า จะขยายตัวที่ 2.8% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการบริโภคในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยในปี 2568
นายเอ็นริโก ทานุซซี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารยูโอบี เปิดเผยว่า การบริโภคในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จะอยู่ที่ 40 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท
ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจมีการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้า หรือการกีดกันทางการค้าในรูปแบบอื่นๆ ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2568 อาจชะลอตัวลง โดยยูโอบีคาดว่าการส่งออกจะขยายตัวเพียง 2.5% จากปีก่อนหน้าที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5%
นายเอ็นริโก กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยได้”
แนวโน้มดอกเบี้ยและค่าเงินบาท
ยูโอบีคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ตลอดทั้งปี 2568 เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และการคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ยูโอบีเสนอแนะให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินนโยบายที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้าแบบดั้งเดิม และเพิ่มความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ การรักษาเสถียรภาพทางการเมือง และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว



