รายงานล่าสุดจากเว็บไซต์ World of Statistics ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสถิติจากทั่วโลก เปิดเผยตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยมีค่าจ้างขั้นต่ำต่ำที่สุดในภูมิภาค โดยอยู่ที่ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน หรือประมาณ 337 บาทต่อวัน (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 30.6 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่ค่าครองชีพในประเทศกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรายได้ของแรงงาน
ค่าจ้างขั้นต่ำไทยต่ำที่สุดในอาเซียน
ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ประเทศที่มีค่าจ้างขั้นต่ำสูงที่สุดในอาเซียนคือ สิงคโปร์ ที่ 15.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (ประมาณ 489 บาทต่อชั่วโมง) รองลงมาคือ บรูไน 1.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (ประมาณ 51 บาทต่อชั่วโมง) และมาเลเซีย 1.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (ประมาณ 48.7 บาทต่อชั่วโมง) ขณะที่ไทยมีค่าจ้างขั้นต่ำเพียง 1.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (ประมาณ 43 บาทต่อชั่วโมง) หรือ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม (0.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง) และฟิลิปปินส์ (0.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง) เมื่อเทียบเป็นรายวัน
ค่าครองชีพสูงขึ้นกระทบกำลังซื้อ
สถานการณ์ค่าจ้างขั้นต่ำที่ต่ำ สวนทางกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหาร พลังงาน และที่อยู่อาศัย ส่งผลให้แรงงานไทยมีกำลังซื้อลดลง และเกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากขึ้น ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ค่าจ้างขั้นต่ำที่ต่ำที่สุดในอาเซียนสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาแรงงานราคาถูก ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้แรงงานต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีพ”
เปรียบเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน
เมื่อเปรียบเทียบค่าจ้างขั้นต่ำรายวันในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ พบว่า สิงคโปร์มีค่าจ้างสูงที่สุดในภูมิภาคที่ 127.84 ดอลลาร์ต่อวัน (คำนวณจากอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง 15.98 ดอลลาร์ คูณ 8 ชั่วโมง) ขณะที่บรูไน 13.36 ดอลลาร์ต่อวัน มาเลเซีย 12.72 ดอลลาร์ต่อวัน อินโดนีเซีย 11.92 ดอลลาร์ต่อวัน ฟิลิปปินส์ 11.92 ดอลลาร์ต่อวัน และเวียดนาม 11.88 ดอลลาร์ต่อวัน ส่วนกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ มีค่าจ้างต่ำกว่าไทย โดยกัมพูชาอยู่ที่ 9.6 ดอลลาร์ต่อวัน ลาว 8.4 ดอลลาร์ต่อวัน และเมียนมาร์ 3.84 ดอลลาร์ต่อวัน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงาน
ค่าจ้างขั้นต่ำที่ต่ำส่งผลให้แรงงานไทยขาดแรงจูงใจในการทำงาน และอาจนำไปสู่การย้ายถิ่นไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างสูงกว่า เช่น มาเลเซียหรือสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว เนื่องจากกำลังซื้อภายในประเทศต่ำ นายสุทธิชัย จิตรวาณิชย์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยด้านผลิตภาพแรงงานและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ แต่หากปล่อยให้ค่าจ้างต่ำเกินไป จะทำให้เศรษฐกิจติดกับดักรายได้ปานกลางและไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้”
แนวทางแก้ไขในอนาคต
รัฐบาลไทยได้ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันในบางพื้นที่ แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด และยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์กรแรงงานเรียกร้องที่ 492 บาทต่อวัน การปรับขึ้นค่าจ้างต้องสอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่แท้จริง เพื่อให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในระยะยาว



