สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ว่า ขยายตัวได้ถึง 3.2% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบปี โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุน และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 4.5% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การลงทุนรวมขยายตัว 3.8% โดยเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น 4.2% และการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 2.5%
ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวดี
ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในไตรมาสที่ 4 จำนวน 8.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 15%
ส่งออกหดตัว
อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าของไทยในไตรมาสที่ 4 หดตัวลง 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักจากความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์
แนวโน้มปี 2568
สภาพัฒน์คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวในช่วง 2.5-3.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคและการลงทุนที่ยังขยายตัวดี การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการส่งออกที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง



