บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมรับมอบอากาศยานแบบโบอิ้ง 787-9 (Boeing 787-9) ลำแรกในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และมีแผนนำเข้าประจำการรวม 4 ลำภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รองรับการขยายตัวของตลาดการเดินทางระหว่างประเทศ และยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยเทคโนโลยีทันสมัย
แผนรับมอบและเป้าหมายของฝูงบินใหม่
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การนำเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 เข้ามาเสริมฝูงบินถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาฝูงบินให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและทิศทางการเติบโต โดยการเพิ่มเครื่องบินรุ่นเดียวกันจะช่วยให้ฝูงบินมีมาตรฐานเดียวกัน (Fleet Commonality) เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และรองรับการให้บริการในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนโอกาสการเติบโตของบริษัทในอุตสาหกรรมการบิน
คุณสมบัติเด่นของโบอิ้ง 787-9
โบอิ้ง 787-9 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่รองรับการบินระยะไกล มีเทคโนโลยีทันสมัย สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้สูงสุดประมาณ 20% เมื่อเทียบกับอากาศยานรุ่นก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาฝูงบินอย่างยั่งยืนของการบินไทย ห้องโดยสารแบ่งเป็น 2 ชั้น ประกอบด้วยชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 30 ที่นั่ง แบบปรับเอนนอนราบในรูปแบบ 1-2-1 และชั้นประหยัด (Economy Class) จำนวน 268 ที่นั่ง จัดวางแบบ 3-3-3 พร้อมมุมปรับเอน 120 องศา
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร
ผลิตภัณฑ์ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับฝูงบินโบอิ้ง 787-9 ปัจจุบัน พร้อมปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบความบันเทิงบนเครื่องบินที่มาพร้อมจอขนาด 17.3 นิ้วในชั้นธุรกิจ และ 13.3 นิ้วในชั้นประหยัด รวมถึงระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน เพื่อมอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง
ผลกระทบต่อการดำเนินงานและผู้โดยสาร
การเพิ่มเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการผู้โดยสาร รองรับการขยายเส้นทางบินทั่วโลก และเสริมศักยภาพการเชื่อมโยงประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลก สะท้อนความมุ่งมั่นของการบินไทยในการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง



