สีหศักดิ์ ชี้ไทยเข้า OECD เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน
สีหศักดิ์ ชี้ไทยเข้า OECD เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยการแข่งขันในยุคใหม่ไม่ได้วัดที่สิทธิประโยชน์การลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทักษะแรงงานและนวัตกรรม

การประชุม OECD Ministerial Council Meeting 2026

ในการประชุม OECD Ministerial Council Meeting 2026 (MCM) ครั้งแรกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 3-4 มิถุนายน 2569 นายสีหศักดิ์ได้เข้าร่วมพิธีเปิด พร้อมด้วยนายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส โดยมีนางสาวฟาบริตเซีย ลาเปโคเรลลา รองเลขาธิการ OECD ให้การต้อนรับ

การกล่าวใน Plenary Session

นายสีหศักดิ์กล่าวใน Plenary Session หัวข้อ "Balancing the Goals and Impacts of Industrial Policy" ว่า สำหรับประเทศไทย นโยบายอุตสาหกรรมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการพัฒนาประเทศมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 โดยไทยได้ดำเนินยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านอุตสาหกรรม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การให้สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจด้านการลงทุน การดึงดูด FDI และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ซึ่งช่วยเปลี่ยนไทยจากเศรษฐกิจเกษตรกรรมสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้มองแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ให้ความสำคัญกับทักษะแรงงาน นวัตกรรม คุณภาพของกฎระเบียบ ความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และความมีเสถียรภาพของนโยบายภาครัฐ ขณะเดียวกัน ประเทศต่าง ๆ ต้องสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพ เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การปรับเปลี่ยนนโยบายอุตสาหกรรม

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า นโยบายอุตสาหกรรมยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องเปลี่ยนจุดเน้นจากการสนับสนุนอุตสาหกรรมเฉพาะภาคส่วน ไปสู่การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งหมายถึงการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ผ่านการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเพิ่มการลงทุนในระบบนิเวศนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีสีเขียว รวมถึงการเสริมสร้างการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เนื่องจากห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี พลังงาน และการลงทุนในปัจจุบันเชื่อมโยงข้ามพรมแดนมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศไทยในปัจจุบัน ขณะที่เร่งเดินหน้าการปฏิรูป เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรองรับอนาคต ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิก OECD จึงมีความสำคัญต่อประเทศไทย

การเข้าเป็นสมาชิก OECD

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า "เรามองว่า การเข้าเป็นสมาชิกมิใช่เป้าหมายปลายทาง หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจในภาพรวม และการเข้าเป็นสมาชิกช่วยให้ประเทศไทยสามารถนำแนวคิดและนโยบายของตนกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล เพิ่มความสอดคล้องเชิงนโยบาย และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันต่าง ๆ เพื่อรองรับอนาคต"

ความร่วมมือระหว่างไทยกับ OECD มิได้เริ่มต้นจากกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไทยได้เข้าร่วมโครงการ คณะกรรมการ และตราสารต่าง ๆ ของ OECD อย่างต่อเนื่อง และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของ OECD นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ไทยเชื่อว่า OECD เองก็สามารถได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ของไทยเช่นกัน ในฐานะประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนไปทางสูง ไทยมีประสบการณ์เชิงปฏิบัติที่สามารถช่วยเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายใน OECD และสนับสนุนการมีส่วนร่วมกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

ในแง่นี้ การเข้าเป็นสมาชิกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องที่ไทยจะได้เรียนรู้จาก OECD เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ไทยจะมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างบทบาทและความสำคัญของ OECD ในเวทีโลกที่กำลังขยายตัวมากขึ้น

ความท้าทายร่วมกัน

นายสีหศักดิ์เชื่อว่า คำถามสำคัญที่สุดที่ควรร่วมกันพิจารณาคือ นโยบายอุตสาหกรรมจะสามารถช่วยให้สังคมต่าง ๆ ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญได้อย่างไร พร้อมทั้งต้องทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงมาพร้อมกับความสามารถในการแข่งขัน ความยืดหยุ่น และความยั่งยืน นี่คือความท้าทายที่หลายประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน และนั่นคือเหตุผลที่เวทีความร่วมมืออย่าง OECD ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้นโยบายมีความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต

จากนั้นนายสีหศักดิ์ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับหลายประเทศ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบัลแกเรีย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการหารือกับนายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD