มาเลเซียแบนนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว ผลกระทบต่อการส่งออก
มาเลเซียแบนนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว

มาเลเซียประกาศห้ามนำเข้ากุ้งจากไทยชั่วคราวจำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย และกุ้งน้ำเงิน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าและการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติ แม้ส่วนแบ่งตลาดที่หายไปเพียงประมาณ 1% แต่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาพรวมการส่งออกกุ้งไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน

ผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งไทย

มาเลเซียเป็นตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งอันดับ 11 ของไทย มีส่วนแบ่งตลาดราว 1% ของการส่งออกทั้งหมด โดยตลาดใหญ่ที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา (26%) จีน (24%) และญี่ปุ่น (24%) สินค้าส่งออกหลักคือกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งซึ่งมีสัดส่วนถึง 97% ส่วนกุ้งแปรรูปรวมถึงกุ้งกระป๋องมีเพียง 3% การระงับนำเข้าครั้งนี้ไม่เพียงทำให้การส่งออกไปมาเลเซียหดตัว แต่ยังต้องหาตลาดทดแทนเพื่อระบายผลผลิตที่วางแผนไว้เดิม ซึ่งจะกดดันราคากุ้งหน้าฟาร์มให้ลดต่ำลงอีก

แนวโน้มปี 2569 ไม่สดใส

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งของไทยในปี 2569 อาจอยู่ที่ 1,226 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะสินค้ากุ้งกระป๋องที่อาจหดตัวถึง 48.4% ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งปรับตัวโดยเน้นการผลิตสินค้าคุณภาพที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความท้าทายที่กุ้งไทยเผชิญ

  • ราคาแพงกว่าคู่แข่ง: ราคากุ้งไทยสูงกว่าคู่แข่งอย่างอินเดีย เอกวาดอร์ และอินโดนีเซียประมาณ 20-60%
  • ต้นทุนอาหารกุ้งพุ่ง: ราคาปลาป่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารกุ้งปรับขึ้นกว่า 30% เทียบกับต้นปี
  • กฎระเบียบการค้าเข้มงวด: มาตรการ AD/CVD ของสหรัฐฯ และมาตรฐาน ESG ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน (ASC) และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ (BAP)

การตอบสนองของภาครัฐ

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าหลังจากส่งหนังสือถึงกระทรวงเกษตรมาเลเซียเพื่อเจรจาระดับรัฐมนตรี ได้รับหนังสือตอบกลับแล้ว แต่ยังไม่สามารถกำหนดวันเจรจาอย่างเป็นทางการเนื่องจากติดภารกิจ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 13 มาตรการ โดยตั้งเป้าดูดซับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบประมาณเดือนละ 400 ตัน ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียเฉลี่ยเดือนละ 300-400 ตัน หรือมูลค่าราว 44 ล้านบาทต่อเดือน

การห้ามนำเข้าครั้งนี้เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันการส่งออกกุ้งไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาตลาดและแสวงหาโอกาสใหม่