ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567 ว่ามีแนวโน้มขยายตัว 2.7% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ
ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจปี 2567
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การส่งออกของไทยในปี 2567 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ 3.5% จากปีก่อนที่หดตัว 1.0% โดยได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการกลับมาของอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท
ความเสี่ยงและปัจจัยกดดัน
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.6% ต่อ GDP ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคยังเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูง ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนขยายตัวเพียง 3.0% ชะลอลงจากปีก่อน
ภาคการลงทุนและนโยบายการคลัง
การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 3.8% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐและการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มชะลอตัวจากกรอบวินัยการคลังที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อาจช่วยพยุงกำลังซื้อได้บ้างในช่วงครึ่งปีหลัง
อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบาย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2567 จะอยู่ที่ 1.2% ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารมีเสถียรภาพ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือความผันผวนของค่าเงินบาทซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก



