กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “Thai Night Cannes 2026” ณ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ภายใต้แนวคิด “Reimagining Thailand” เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ของประเทศไทยในอุตสาหกรรมบันเทิงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์ระดับนานาชาติและผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพที่เชื่อมโยงผู้ชมทั่วโลก
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา เสด็จร่วมงาน
โอกาสนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จร่วมงานและประทานสุนทรพจน์ โดยทรงสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก พร้อมทรงเน้นย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงความโดดเด่นด้านสถานที่ถ่ายทำเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งกำลังถ่ายทอดอัตลักษณ์และมุมมองของตนเองผ่านภาพยนตร์ ซีรีส์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย จนได้รับความสนใจและการยอมรับจากผู้ชมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ เผยทิศทางใหม่
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การจัดงาน “Thai Night Cannes 2026” ไม่เพียงเป็นการประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงของไทย แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของประเทศไทยในฐานะ Creative Content Partner หรือพันธมิตรด้านคอนเทนต์ของโลก ประเทศไทยกำลังก้าวจากการเป็นจุดหมายสำคัญของการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ต้นฉบับที่มีอัตลักษณ์และศักยภาพแข่งขันบนเวทีโลก พร้อมเปิดรับความร่วมมือกับพันธมิตรจากนานาประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงแห่งอนาคต ประเทศไทยมีบุคลากรคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ระดับสากล
การนำเสนอศักยภาพจากผู้ประกอบการไทย 15 บริษัท
ภายในงานมีการนำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยผ่านผลงานจากผู้ประกอบการไทยทั้ง 15 บริษัท ที่เข้าร่วมงาน Marché du Film 2026 ภายใต้ Thailand Pavilion โดยมีการนำเสนอโปรเจกต์และคอนเทนต์ใหม่หลากหลายแนว ทั้งภาพยนตร์ดราม่า แอ็กชัน ระทึกขวัญ แฟนตาซี โรแมนติกคอมเมดี้ ซีรีส์ และแอนิเมชัน เพื่อต่อยอดโอกาสด้านการจัดจำหน่าย การร่วมผลิต และความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลก
ไฮไลต์ภาพยนตร์ คำสารภาพจากหมอผี
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ “Thai Night Cannes” ในปีนี้ คือ การนำเสนอภาพยนตร์เรื่อง คำสารภาพจากหมอผี จาก เอ็ม สตูดิโอ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานและผู้ซื้อจากนานาประเทศ โดยมีการจัดช่วงพูดคุยพิเศษร่วมกับ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล, อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ, เดนิส เจลีลชา คัปปุน และผู้กำกับ ณฐนนท์ ชลลัมพี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสของภาพยนตร์ไทยในตลาดสากล และการต่อยอดคอนเทนต์ไทยสู่ผู้ชมทั่วโลก
สถิติการถ่ายทำจากต่างประเทศในไทย
สำหรับในด้านอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศนั้น ประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้ผลิตระดับโลก จากจุดแข็งด้านสถานที่ถ่ายทำหลากหลาย บุคลากรคุณภาพและโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตได้มาตรฐานสากล โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 มีการถ่ายทำจากต่างประเทศในประเทศไทยจำนวน 162 เรื่อง สร้างรายได้จากการใช้จ่ายด้านการผลิตกว่า 1,180 ล้านบาท ขณะที่ตลอดปี 2568 ประเทศไทยรองรับกองถ่ายต่างประเทศกว่า 546 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 7,700 ล้านบาท โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย คือ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำในรูปแบบ Cash Rebate สูงสุด 30% ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและการผลิตคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส
นางสาวสุนันทา กล่าวต่อว่า การจัดงานในปีนี้ยังมีความหมายพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสองประเทศ ทั้งในด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันการเข้าร่วมงาน Marché du Film 2026 ในปีนี้ DITP ยังได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมเจรจาธุรกิจและสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรจากทั่วโลก ภายใต้ Thailand Pavilion โดยมีบริษัทชั้นนำของไทย อาทิ GDH 559, Sahamongkolfilm International, GMM Studios International และ T&B Media Global, M Distribution (M Studio) และ Benetone Films เข้าร่วม เพื่อนำเสนอศักยภาพของคอนเทนต์ไทยและต่อยอดโอกาสด้านการจัดจำหน่าย การร่วมผลิต และการลงทุนในตลาดสากล
การจัดงาน “Thai Night Cannes 2026” ในปีนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมคอนเทนต์และความบันเทิงโลก พร้อมตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในฐานะหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคต



