บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอาหารโลก โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในกลุ่มอาหารอนาคต และเพิ่มความยั่งยืนในห่วงโซ่การผลิต
แผนงานหลักในการปรับโครงสร้าง
ซีพีเอฟได้วางแผนการปรับโครงสร้างครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่
- การปรับพอร์ตธุรกิจ: เพิ่มสัดส่วนธุรกิจอาหารอนาคต เช่น อาหารจากพืช โปรตีนทางเลือก และอาหารฟังก์ชัน ให้มีสัดส่วน 20% ของรายได้รวมภายใน 5 ปี
- การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต: ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- การขยายตลาดต่างประเทศ: โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง
เป้าหมายทางการเงิน
ซีพีเอฟตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายรายได้รวม 6 แสนล้านบาทในปี 2570 นอกจากนี้ยังตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านอาหารแห่งอนาคต โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และความยั่งยืนของโลก
การลงทุนด้านนวัตกรรม
บริษัทจะเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 3% ของรายได้ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังเตรียมร่วมมือกับสตาร์ทอัพและสถาบันวิจัยทั่วโลก เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร เช่น การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในการผลิตเนื้อสัตว์เทียม และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้
การปรับโครงสร้างครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว และสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของซีพีเอฟในเวทีโลก



