กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยผลการตรวจสอบแอปพลิเคชันสั่งอาหารสัญชาติจีนที่ให้บริการในประเทศไทย จำนวน 3 ราย หลังถูกตั้งข้อสังเกตจากสังคมออนไลน์ถึงความถูกต้องตามกฎหมาย โดยพบว่า 1 ใน 3 ราย มีสถานะเป็นต่างด้าว เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นเกินร้อยละ 50 และยังไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
แอปจีน 3 ราย ผ่านการจดทะเบียน แต่ 1 รายผิดกฎหมาย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า แอปพลิเคชันทั้ง 3 ราย ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยแล้ว โดยรายแรกจดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 รายที่สองจดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 และรายที่สามจดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสถานะการถือหุ้น พบว่า 1 บริษัทมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเกินร้อยละ 50 ซึ่งเข้าข่ายเป็นธุรกิจบริการตามบัญชี 3 (21) ที่คนต่างด้าวต้องขออนุญาตก่อนประกอบกิจการ และธุรกิจอีคอมเมิร์ซไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวง ทำให้บริษัทดังกล่าวมีความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขยายผลเครือข่ายนอมินี โรงแรม-ร้านอาหารกว่า 25 บริษัท
สำหรับกรณีที่มีรายงานว่า โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ ในย่านห้วยขวาง สุทธิสาร รัชดา พระราม 9 และเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี มีความเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันดังกล่าวกว่า 25 บริษัท นายพูนพงษ์ระบุว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ หากต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป จะตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ หากต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 และมีคนไทยถือหุ้นแทน จะตรวจสอบประเด็นการใช้นอมินี โดยทั้งสองกรณียังอยู่ระหว่างดำเนินการ หากพบการกระทำความผิด จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท
แนวโน้มทุนต่างชาติลดลง แต่ยังมีปัญหาเก่าสะสม
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ในภาพรวมปัญหาการเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนต่างชาติลดลง โดยตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา กรมฯ ได้ระดมกำลังจาก 6 กองงานร่วมกันตรวจสอบอย่างเข้มข้น ส่วนกรณีที่ยังพบเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบริษัทกว่า 95,000 รายที่สะสมมานานกว่า 20-30 ปี และกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป้าหมายสำคัญในขณะนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดรายใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมทยอยตรวจสอบและดำเนินการกับรายเก่าที่จดทะเบียนมานาน
การใช้ภาษาจีนไม่ใช่สาระสำคัญ แต่โครงสร้างถือหุ้นคือหัวใจ
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า การที่แอปพลิเคชันใช้ภาษาจีนทั้งหมดนั้น ยังไม่ถือเป็นสาระสำคัญในการชี้ว่ามีความผิด แต่เป็นเพียงพฤติการณ์ประกอบการพิจารณา โดยประเด็นหลักอยู่ที่โครงสร้างการถือหุ้นและการตรวจสอบการลงทุน หากพบว่าผู้ถือหุ้นไทยถือหุ้นเพียงในนาม โดยเงินลงทุนทั้งหมดเป็นของต่างชาติ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานใช้นอมินี นอกจากนี้ ยังพบกรณีที่บุคคลเชื้อสายต่างชาติได้รับสัญชาติไทย และเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ทำให้บริษัทมีสถานะเป็นบริษัทไทยโดยทันที ซึ่งแม้ปัจจุบันยังพบไม่มาก แต่เริ่มมีให้เห็นแล้ว และถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมีสถานะเป็นคนไทยตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะยังคงตรวจสอบเส้นทางการเงินเช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ ต่อไป
ความร่วมมือหลายหน่วยงานจำเป็นในการป้องกันนอมินี
นายพูนพงษ์ยอมรับว่า การป้องกันปัญหาดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานเดียวได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานตามภารกิจที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีร้านค้าที่เข้าร่วมอยู่บนแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะพิจารณาตรวจสอบตามความจำเป็น โดยจะเลือกดำเนินการในส่วนที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการตรวจสอบเป็นสำคัญ



