BDMS Wellness Clinic รุกตลาดอินโดนีเซีย ดันไทยสู่ผู้นำ Wellness โลก
BDMS Wellness Clinic รุกอินโดนีเซีย ดันไทยผู้นำ Wellness โลก

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเกมรุกตลาดอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ โดยผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่บทบาทผู้นำด้าน Wellness ระดับโลกภายใต้แนวคิด Wellness Hub Thailand: The Land of Life

ความร่วมมือครั้งสำคัญ

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ “คุณหมอแอมป์” ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ได้รับเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ให้ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Wellness Hub Thailand: The Land of Life” เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก ท่ามกลางความท้าทายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่ประชากรกว่า 1.3 ล้านคนเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในแต่ละปี

การบรรยายครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Wellness Ecosystem) และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระดับภูมิภาค โดยมีนายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และนายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงจาการ์ตา พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐและเอกชนของอินโดนีเซียเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิกฤต NCDs ในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจและ GDP สูงที่สุดในอาเซียน และเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่กลับเผชิญวิกฤตสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างหนัก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2025 ระบุว่าประชากรอินโดนีเซียกว่า 1,378,000 รายเสียชีวิตจาก NCDs คิดเป็นร้อยละ 52 ของการเสียชีวิตทั้งหมด สาเหตุหลัก ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคตับแข็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเบาหวาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตนี้คือปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ทั้งการบริโภคอาหาร ขาดกิจกรรมทางกาย ความเครียดสะสม และการพักผ่อนไม่เพียงพอ สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหา NCDs ต้องเน้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน

นายประพันธ์ ดิษยทัต เล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ร่วมกับ BDMS Wellness Clinic เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ภายใต้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตและศาสตร์แห่ง Scientific Wellness

จาก Wellness Ecosystem สู่ The Land of Life

ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก ด้วยต้นทุนทางธรรมชาติ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่หล่อหลอมรากฐานของการมีสุขภาพดี รายงานของ Global Wellness Institute ระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพของไทยมีมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับ 24 ของโลก และอันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิก

นายแพทย์ตนุพล กล่าวว่า ความอุดมสมบูรณ์ของไทยไม่เพียงสะท้อนผ่านทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงจุดแข็งในการสร้างประสบการณ์ Wellness Ecosystem ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม อาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมการบริการแบบไทย ภูมิปัญญาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ตลอดจนเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล

“การก้าวสู่การเป็น The Land of Life ไม่ใช่เพียงทำให้นักท่องเที่ยวสบายกาย แต่ต้องสบายใจด้วย เพราะ ‘ใจ’ คือหัวใจสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นพื้นที่พักผ่อนและฟื้นฟูจิตใจ ผ่านกิจกรรมเสริมสร้าง mental well-being เช่น การทำสมาธิ โยคะ การฝึกหายใจท่ามกลางธรรมชาติ สปาและนวดไทย การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและรีทรีต รวมถึงวิถีชีวิตที่เปี่ยมด้วยความสงบและเอื้ออาทร ซึ่งล้วนเยียวยาทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ” นายแพทย์ตนุพล กล่าวปิดท้าย

BDMS Wellness Clinic จะยังคงมุ่งมั่นต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมผนึกความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อน Wellness Ecosystem เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านสุขภาพและสุขภาวะอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการผลักดัน Soft Power ด้านสุขภาพของไทยสู่เวทีโลก และร่วมวางบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางสุขภาวะแห่งอนาคตของภูมิภาคและของโลก