กระทรวงพาณิชย์เร่งติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเมินผลกระทบต่อการส่งออกไทย
วันนี้ (1 มีนาคม 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์แบบวันต่อวัน
ตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญสำหรับการส่งออกไทย
รมว.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตะวันออกกลางถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย ทั้งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และประเทศคู่ค้าอื่นๆ ในภูมิภาค ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ เส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์นี้
มาตรการติดตามและประเมินผลกระทบเชิงลึก
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังอยู่ระหว่างจัดทำการประเมินผลกระทบเชิงลึกเป็นรายสินค้า เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
ในส่วนของการดูแลผู้ประกอบการ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จะจัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อรับฟังปัญหาและกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบ รวมทั้งประสานสถาบันการเงินของรัฐเพื่อเตรียมเครื่องมือทางการเงิน รองรับกรณีผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก
บูรณาการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงาน
รมว.พาณิชย์ ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เพื่อดูแลผลประโยชน์ของประเทศทั้งในมิติความปลอดภัยของคนไทยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พร้อมกันนี้ รมว.พาณิชย์ ขอให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดและไม่ตื่นตระหนก โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในระดับต่างๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการส่งออกและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภาคธุรกิจ



