นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยย้ำว่าต้องเป็นผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุดเท่านั้นจึงจะได้รับสิทธิ์ พร้อมชี้แจงถึงประเด็นข้อเรียกร้องที่ว่าอาจมีผู้ที่ไม่เดือดร้อนจริงได้รับบัตรสวัสดิการฯ ซึ่งกระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว
หลักเกณฑ์การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
นายเอกนิติระบุว่า กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะการตรวจสอบสิทธิ์ผ่านการลดหย่อนภาษี หากผู้ใดถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิ์ทันที นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่ครอบคลุมถึงกลุ่มบุคคลต้องห้ามที่ไม่สามารถมีสิทธิ์ได้
กลุ่มคนต้องห้าม 9 ประเภท
- ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
- ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
- ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
- ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
- ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
นายเอกนิติเน้นย้ำว่าการคัดกรองรอบนี้จะเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นการลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับบุพการี ซึ่งหากพบว่ามีการนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษี บิดามารดาจะถูกตัดสิทธิ์ทันที ทั้งนี้เพื่อให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตกเป็นของผู้ที่เดือดร้อนจริงตามนโยบายของรัฐบาล



