จีนกำลังเดินหน้าเตรียมเก็บภาษีความมั่งคั่ง (wealth tax) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม หลังจากที่รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลในการนำไปพัฒนาสวัสดิการสังคม
รายละเอียดของภาษีความมั่งคั่ง
ภาษีความมั่งคั่งที่จะจัดเก็บนั้นจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มบุคคลที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราภาษีก้าวหน้า (progressive rate) ตามมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครอง โดยรัฐบาลจีนกำลังศึกษารูปแบบการจัดเก็บจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
การจัดเก็บภาษีนี้จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนรวยในจีน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่ามาตรการนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ก็อาจส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกนอกประเทศได้เช่นกัน รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีควบคู่ไปด้วย
- ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน
- เพิ่มรายได้ให้รัฐบาลนำไปพัฒนาสาธารณูปโภค
- กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบัน
ขณะนี้จีนยังอยู่ในขั้นตอนการร่างกฎหมายและเก็บข้อมูลทรัพย์สินของประชาชน คาดว่าจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2-3 ปีจึงจะบังคับใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เริ่มทดลองใช้ระบบการรายงานทรัพย์สินในบางมณฑลแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนบังคับใช้ทั่วประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" (Common Prosperity) ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ริเริ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น



