กรมพัฒน์ฯ สแกนเกาะพะงัน-สมุย ปราบนอมินีต่างชาติ พบ 34 รายสินทรัพย์เกิน 100 ล้าน
กรมพัฒน์ฯ สแกนเกาะพะงัน-สมุย ปราบนอมินีต่างชาติ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เปิดปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเกาะพะงันและเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสกัดกั้นทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี หลังจากเกิดกระแสว่าต่างชาติยึดครองเกาะทั้งสองแห่งแล้ว

ข้อมูลบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน

จากการตรวจสอบพบว่า บนเกาะพะงันและเกาะสมุยมีบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนรวม 11,426 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.97 ของบริษัททั้งหมด 16,811 ราย โดยบริษัทเหล่านี้มีทั้งที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายและที่หลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี

สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด

ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีบริษัทจำกัด 21,717 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 11,649 ราย สัญชาติสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส 2,365 ราย อังกฤษ 1,446 ราย รัสเซีย 1,205 ราย อิสราเอล 1,147 ราย เยอรมัน 608 ราย จีน 569 ราย อเมริกัน 444 ราย ออสเตรเลียน 335 ราย อิตาเลียน 258 ราย และเบลเยียน 222 ราย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บนเกาะพะงันมีบริษัทจำกัด 4,761 ราย บริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย สัญชาติสูงสุด ได้แก่ อิสราเอล 720 ราย ฝรั่งเศส 426 ราย อังกฤษ 359 ราย รัสเซีย 306 ราย เยอรมัน 194 ราย อเมริกัน 144 ราย อิตาเลียน 89 ราย ยูเครน 69 ราย ออสเตรเลียน 58 ราย และเบลเยียน 56 ราย

ส่วนเกาะสมุยมีบริษัทจำกัด 12,050 ราย บริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 8,213 ราย สัญชาติสูงสุด ได้แก่ ฝรั่งเศส 1,937 ราย อังกฤษ 1,077 ราย รัสเซีย 885 ราย จีน 478 ราย อิสราเอล 419 ราย เยอรมัน 406 ราย อเมริกัน 291 ราย ออสเตรเลียน 273 ราย สวิส 173 ราย และอิตาเลียน 169 ราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัย

กรมฯ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรตรวจสอบธุรกิจบนเกาะพะงัน พบธุรกิจต้องสงสัย 2 กลุ่ม ได้แก่ สำนักงานบัญชีเฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส ซึ่งเจ้าของมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใน 66 บริษัท และตรวจพบอาคารพาณิชย์ 2 แห่งและบ้านพักที่เชื่อมโยง พบนิติบุคคลรวม 89 แห่ง โดยบางห้องไม่ปรากฏการประกอบธุรกิจจริง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบ

อีกกรณีคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการศิธายา บีช ฟร้อนท์ วิลล่า พบวิลล่าหรู 8 หลัง ให้เช่าคืนละ 13,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม มีข้อมูลการถือครองที่ดินมูลค่า 152 ล้านบาท โดยบริษัทไทย 2 แห่งถือครอง แต่มีผู้ถือหุ้นอิสราเอลร้อยละ 49 และมีการเพิ่มบริษัทอิสราเอลซื้อหุ้นเพิ่ม อาจเข้าข่ายนอมินี

บนเกาะสมุย ตรวจพบพนักงานสำนักงานรับจดทะเบียน/รับทำบัญชีมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทร่วมกับคนต่างชาติ และอีก 1 รายมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 87 บริษัท กรมฯ ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ

ส่งข้อมูลให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน

กรมฯ ส่งข้อมูลบริษัทขนาดใหญ่เข้าข่ายนอมินีในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 34 ราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบ โดยแต่ละรายมีสินทรัพย์รวมเกิน 100 ล้านบาท ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

บทลงโทษตามกฎหมาย

ผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 36 และ 37 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ปรับรายวันวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท

ขยายผลตรวจสอบ 6 จังหวัดท่องเที่ยว

กรมฯ กำลังสแกนนิติบุคคลในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ พังงา เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและปราบปรามนอมินีทุกพื้นที่