เอกชนไทยในซาอุฯ ชี้สงครามกระทบแค่ระยะแรก ธุรกิจปรับตัวได้
เอกชนไทยในซาอุฯ ชี้สงครามกระทบแค่ระยะแรก ธุรกิจปรับตัวได้

นายอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ นายกสมาคมการค้าผู้ส่งออกเอเชียและตะวันออกกลาง และประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเวก้า กรุ๊ป เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การค้าและเศรษฐกิจในซาอุดีอาระเบียว่า แม้ช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์ความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งและภาคท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ปัจจุบันหลายประเทศในตะวันออกกลางเริ่มกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจตามปกติแล้ว ทั้งการจับจ่ายใช้สอย การลงทุน และโครงการต่างๆ ตามวิสัยทัศน์ 2030 ยุทธศาสตร์พลิกโฉมประเทศซาอุดีอาระเบีย

สถานการณ์ในพื้นที่ยังปกติ

นายอัครวุฒิกล่าวว่า แม้ภาพข่าวจากต่างประเทศอาจทำให้หลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์รุนแรง แต่ในความเป็นจริงคนในพื้นที่ยังใช้ชีวิตปกติ โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ภาคเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนต่อได้ แม้ช่วงหนึ่งนักท่องเที่ยวจะลดลง แต่ขณะนี้เริ่มฟื้นตัว ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังอยู่ในระดับดี เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วยเพิ่มรายได้และกำลังบริโภคของประชาชนในภูมิภาค

ผลกระทบด้านโลจิสติกส์คลี่คลาย

ส่วนผลกระทบด้านโลจิสติกส์นั้น ยอมรับว่าในช่วงแรกที่เกิดสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะกรณีเรือและตู้สินค้าบางส่วนต้องชะลอหรือเปลี่ยนเส้นทาง แต่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย สนามบินในหลายประเทศกลับมาให้บริการตามปกติ และผู้ประกอบการมีการปรับตัว เช่น การเปลี่ยนเส้นทางขนส่งผ่านประเทศโอมาน โดยใช้ท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) ก่อนลำเลียงสินค้าทางรถเข้าสู่ UAE เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โอกาสส่งออกไทยยังสดใส

นายอัครวุฒิมองว่า การส่งออกไทยไปตะวันออกกลางมีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะผู้บริโภคในตะวันออกกลางมีความคุ้นเคยและชื่นชอบสินค้าไทย จากการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหาร อาหารแปรรูป สมุนไพร เครื่องสำอาง แฟชั่น รวมถึงสินค้าตกแต่งบ้าน ที่ยังได้รับความสนใจสูง ส่วนภาคบริการของไทย โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทยในตะวันออกกลางยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ที่ยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะใน UAE และซาอุดีอาระเบีย ที่มีร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้นตามความนิยมของผู้บริโภค

ครึ่งปีหลังคึกคัก

นายอัครวุฒิคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตะวันออกกลางอาจกลับมาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากหลายงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางธุรกิจที่เคยเลื่อนออกไปจะกลับมาจัดอีกครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดและสร้างโอกาสทางการค้าเพิ่มเติมในภูมิภาคนี้ โดยขณะนี้ผู้ประกอบการเอกชนเตรียมจัดโครงการใหญ่เมกกะโปรเจกต์ในพื้นที่ตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย Global City, Dammam โดยเปิดพื้นที่จัดงานแสดงสินค้าให้กับผู้ประกอบการไทย 40-50 ราย คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยประมาณ 300-400 ล้านบาท