อาเซียนจับมือจีนตั้งศูนย์ร่วมมือฯ หนุนเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้า
อาเซียน-จีนตั้งศูนย์ร่วมมือหนุนเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้า

อาเซียนและจีนร่วมมือด้านพลังงาน ตั้งศูนย์กลางส่งเสริมการเชื่อมโยงไฟฟ้า

ในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนครั้งที่ 42 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ที่ประชุมได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน-จีน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกัน และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาค

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทย เปิดเผยว่า การจัดตั้งศูนย์ร่วมมือดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของภูมิภาค นอกจากนี้ยังจะช่วยเร่งการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นๆ

เป้าหมายและประโยชน์ของศูนย์ร่วมมือฯ

ศูนย์ร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน-จีนจะทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและจีน โดยมุ่งเน้นใน 4 สาขาหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ประสิทธิภาพพลังงาน และนโยบายพลังงาน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุนด้านพลังงานระหว่างกัน โดยเฉพาะในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น สายส่งไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายพีระพันธุ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าจะช่วยให้ประเทศในอาเซียนสามารถซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าของภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาเซียน

ความร่วมมือที่ครอบคลุมมากขึ้น

การจัดตั้งศูนย์ร่วมมือฯ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของอาเซียนในการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในด้านพลังงานของโลก ทั้งนี้ อาเซียนและจีนได้มีความร่วมมือด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่องผ่านกรอบความร่วมมือต่างๆ เช่น แผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน-จีน และการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน+3

ความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอาเซียนเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน โดยเฉพาะในบริบทที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น