ศุภชัย เสนอรัฐบาลเร่งสร้าง AI Nation ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีอาเซียน
ศุภชัย เสนอรัฐบาลเร่งสร้าง AI Nation ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะผู้บริหาร Arise Ventures Group ได้เสนอแนวคิดต่อรัฐบาลให้เร่งสร้าง AI Nation เพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียน โดยมองว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานเทคโนโลยี

5 วาระเปลี่ยนอนาคตประเทศ

ในเวที "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" นายศุภชัยได้เสนอ 5 วาระสำคัญ ได้แก่ การสร้าง AI Government แห่งแรกของโลก การพัฒนา Startup Ecosystem การดึงดูด Talent ระดับโลก การยกระดับไทยสู่ Regional Tech Hub และการสร้างเศรษฐกิจใหม่จากพลังงานสะอาดและ Green Economy

การพัฒนา Startup Ecosystem และทรัพยากรมนุษย์

นายศุภชัยเน้นย้ำว่าจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเสนอให้รัฐบาลสนับสนุน Seed Fund และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทดลองไอเดียใหม่ ๆ เพื่อสร้างธุรกิจในอนาคต พร้อมเร่งยกระดับการศึกษาด้วยการบรรจุหลักสูตร AI, Computing Science และ Digital Technology เป็นวิชาพื้นฐานตั้งแต่ระดับต้น ควบคู่กับการปลูกฝังธรรมาภิบาลด้าน AI

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

"ประเทศไทยมีนักศึกษาปริญญาตรีกว่า 2 ล้านคน และนักเรียนในระบบการศึกษาพื้นฐานกว่า 9 ล้านคน หากยกระดับทักษะด้าน AI และเทคโนโลยีให้กับคนรุ่นใหม่ได้ ประเทศไทยจะก้าวกระโดดด้านทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล" นายศุภชัยกล่าว

การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งสร้าง Cloud Platform และ Digital Infrastructure ที่ช่วยคัดกรองเนื้อหาไม่เหมาะสม สนับสนุน Creative Content และให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง รวมถึงยกระดับสายอาชีวศึกษาให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ดึงดูดบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก

นายศุภชัยมองว่าไทยมีศักยภาพสูงในการเป็น Global Talent Destination โดยเสนอให้ออกแบบแรงจูงใจที่เหมาะสมทั้งด้านภาษี คุณภาพชีวิต ระบบนิเวศนวัตกรรม และโอกาสในการทำงาน เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่ขาดแคลนและธุรกิจแห่งอนาคต

"ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งเรื่องอาหาร การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต หากมีระบบรองรับที่เหมาะสม ไทยสามารถดึง Talent ระดับโลกเข้ามาได้จำนวนมากในระยะยาว" นายศุภชัยกล่าว

การเปลี่ยนผ่านสู่ AI Government

นายศุภชัยเสนอว่าโลกกำลังก้าวจาก Digital Government ไปสู่ AI Government ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการบริหารประเทศ โดยยกตัวอย่างเอสโตเนียที่สร้างระบบ Digital ID และระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลกได้แม้มีประชากรเพียง 1.37 ล้านคน หากไทยทำสำเร็จจะมี AI Government แห่งแรกของโลก

ไทยควรใช้โอกาสจากการลงทุน Data Center และ AI Infrastructure โดยกำหนดให้บริษัท Hyperscaler ที่เข้ามาลงทุนต้องจัดตั้ง R&D Center เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ และร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงตั้งแต่ AI ไปจนถึง Semiconductor พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนด้านภาษี เงินเดือนนักวิจัย และการจ้างงานบุคลากรไทยในสายเทคโนโลยีขั้นสูง คล้ายแนวทางของสิงคโปร์

จุดแข็งด้านภูมิรัฐศาสตร์

นายศุภชัยสะท้อนว่าประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิรัฐศาสตร์เนื่องจากตั้งอยู่กึ่งกลางภูมิภาค เชื่อมโยงจีน มหาสมุทรอินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันมหาศาล หากยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน Logistics, Trade และ Digital Connectivity จะสามารถก้าวขึ้นเป็น Regional Hub ด้านการค้า การเงิน และเศรษฐกิจดิจิทัล

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยต้องรักษาเสถียรภาพและความสมดุลระหว่างมหาอำนาจเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะการเร่งพัฒนา Energy Independence, Clean Energy และ Green Economy ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

"โลกกำลังเปลี่ยนเร็วมาก ประเทศที่สามารถพัฒนาคน เทคโนโลยี และสร้างระบบนิเวศที่ดึงดูดนวัตกรรมได้ก่อน จะเป็นประเทศที่ได้เปรียบในอนาคต ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค หากทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง" นายศุภชัยกล่าวทิ้งท้าย