นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือแนวทางการควบคุมการนำยางผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุมการขนย้ายยางบริเวณชายแดน 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และเชียงราย
ปรับสมดุลมาตรการคุมยาง มุ่งตรวจเข้มเฉพาะสินค้าเสี่ยงสูง 4 ชนิด
การปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย รักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ และคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยที่ประชุมมีข้อพิจารณา 3 แนวทาง ได้แก่ การยกเลิกเขตควบคุมทั้ง 5 จังหวัด การยกเลิกเฉพาะอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางโลจิสติกส์จากภาคใต้ และแนวทางที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด คือการปรับมาตรการให้มุ่งตรวจเข้มเฉพาะสินค้ายางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลักลอบนำเข้า 4 ชนิด ได้แก่ ยางก้อนถ้วย ยางเครป ยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน ในทุกด่านที่เกี่ยวข้อง
ยางเสี่ยงต่ำผ่อนปรน ลดภาระผู้ประกอบการ
สำหรับยางที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ยางแท่ง น้ำยางสด น้ำยางข้น และยางแปรรูปบางประเภท จะมีการกำกับดูแลตามความเหมาะสม เพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็นต่อผู้ประกอบการ โดยยังคงหลักการสำคัญคือการป้องกันยางเถื่อนและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร
นายสรวุฒิ กล่าวว่า "ข้อสรุปวันนี้ไม่ใช่การผ่อนคลายจนทำให้การควบคุมอ่อนลง แต่เป็นการปรับสมดุลให้ตรงจุด กระทรวงเกษตรฯ จะเข้มงวดมากขึ้นในสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง 4 ชนิด เพราะเป็นกลุ่มยางที่มีโอกาสลักลอบนำเข้าและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยาก ส่วนสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะมีมาตรการที่เหมาะสมในการรับมือ แนวทางนี้ทั้งภาครัฐ สมาคม และเอกชนเห็นตรงกันว่าเป็นทางออกที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางให้เกษตรกร ขณะเดียวกันก็ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้น"
เอกชนเห็นพ้อง ตรวจเข้มยางเสี่ยงสูงยังจำเป็น
ด้านสมาคมยางพาราไทย ระบุว่า ภาคเอกชนเห็นพ้องว่า การทบทวนมาตรการควบคุมการขนย้ายยางควรคำนึงถึงทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายควบคู่กัน โดยที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การคงมาตรการตรวจเข้มในสินค้ายางที่มีความเสี่ยงสูงยังมีความจำเป็น เนื่องจากช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่าราคายางจะมีเสถียรภาพและไม่ถูกกดดันจากยางลักลอบนำเข้า
ขณะเดียวกัน การปรับแนวทางกำกับดูแลให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงจะช่วยลดต้นทุนแฝง ลดภาระด้านเวลาและกำลังคนของผู้ประกอบการ โดยไม่กระทบต่อเป้าหมายหลักในการป้องกันยางเถื่อน
ขั้นตอนต่อไป ยกร่างประกาศ เปิดรับฟังความเห็น
ขั้นตอนต่อไป กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการยกร่างแนวทางปรับปรุงประกาศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาง และเสนอให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาลงนามตามขั้นตอน โดยระหว่างนี้มาตรการเดิมยังมีผลบังคับใช้ และในทางปฏิบัติยังคงตรวจเข้มสินค้ายางกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง



