กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายโอกาสทางการค้าและผลักดันสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ของไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้นำผู้ประกอบการ GI ไทยเดินทางเยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าผลไม้ ณ ตลาดค้าส่งผลไม้ฮุยจ่าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการนำเข้าและกระจายผลไม้สำคัญของจีนตะวันออก
ปิดดีลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 500 ตัน
กิจกรรมดังกล่าวสร้างผลลัพธ์ทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรมทันที เมื่อผู้ประกอบการทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับตลาดฮุยจ่าน สำหรับการซื้อขายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษล่วงหน้าจำนวน 500 ตัน นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ GI ไทยกับผู้นำเข้าสินค้าจีนกว่า 16 ราย โดยนำ 6 สินค้า GI จาก 6 จังหวัด ได้แก่ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) ทุเรียนจันท์ (จันทบุรี) และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก เข้าร่วมจัดแสดงและเจรจาธุรกิจ
สินค้า GI ไทยกว่า 260 รายการ สร้างมูลค่ากว่า 116,253 ล้านบาท
นางอรมน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 260 รายการ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวมีสินค้า GI ในกลุ่มผลไม้ 118 รายการ หรือประมาณร้อยละ 45 ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้า GI ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับรายได้ของชุมชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่น
คุ้มครองสินค้า GI ในต่างประเทศ
ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสินค้า GI ในต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและขยายโอกาสทางการค้า โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยจำนวน 11 รายการที่ได้รับความคุ้มครองใน 33 ประเทศ และมีสินค้า GI ไทย 3 รายการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน (CNIPA) ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) และมะขามหวานเพชรบูรณ์
หารือหัวเหว่ย ใช้ AI ยกระดับทรัพย์สินทางปัญญา
ภายหลังกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ นางอรมนและคณะได้เดินทางไปยังบริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี จำกัด เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ และนวัตกรรมดิจิทัลในการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการภาครัฐ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการแก่ประชาชน
ในการหารือครั้งนี้ กรมฯ ยังได้รับฟังแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาของหัวเหว่ย ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 114,000 คน จากพนักงานทั้งหมดกว่า 213,000 คน และมีการลงทุนด้าน R&D กว่า 192,300 ล้านหยวน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.8 ของรายได้รวมของบริษัท พร้อมถือครองสิทธิบัตรมากกว่า 165,000 ฉบับทั่วโลก นอกจากนี้ ในปี 2567 หัวเหว่ยยังเป็นผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) มากที่สุดในโลก จำนวน 6,600 คำขอ
เดินหน้าสร้างเครือข่ายธุรกิจระยะยาว
นางอรมนกล่าวทิ้งท้ายว่า การหารือในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว พร้อมกันนี้ ผู้บริหารตลาดฮุยจ่านมีกำหนดเดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อเยี่ยมชมแหล่งผลิตสินค้า GI ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษและส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจของภาคธุรกิจจีนที่มีต่อสินค้า GI ไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือทางการค้าในอนาคต



