รัฐบาลไทยเร่งดำเนินมาตรการดูดซับผลผลิตกุ้งจำนวน 400 ตันต่อเดือน หลังจากทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
นายกฯ ห่วงใยเกษตรกร สั่งการเร่งแก้ไข
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นอย่างมาก และได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเจรจากับมาเลเซียโดยเร็ว พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบเพื่อไม่ให้เกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ได้รับความเดือดร้อน
เปิดตัว 13 มาตรการเร่งด่วน
กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 13 มาตรการ โดยตั้งเป้าดูดซับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบประมาณเดือนละ 400 ตัน ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียเฉลี่ยเดือนละ 300-400 ตัน หรือมูลค่าราว 44 ล้านบาทต่อเดือน
มาตรการระยะสั้น
- เร่งเปิดตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะจัดกิจกรรมในจีน เช่น Top Thai Brands ที่คุนหมิงและเซี่ยเหมิน Thailand Week ที่ต้าเหลียนและหลานโจว การจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และการโปรโมตกุ้งไทยในงาน SIAL
- กระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านกิจกรรม "หรอยริมเร" ที่ภูเก็ต ประสานห้างท้องถิ่นในพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดจุดรับซื้อกุ้งในจังหวัดเป้าหมาย เชื่อมโยงผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และผู้รับซื้อให้รับตรงจากแหล่งผลิต
- นำโครงการไทยช่วยไทยพลัสและธงฟ้าเข้าช่วยระบายสินค้า
มาตรการระยะยาว
กรมประมงและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติจะเร่งหารือกับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายปัญหา ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมยกระดับประเด็นเข้าสู่เวที WTO และอาเซียนหากจำเป็น
นางสาวรัชดากล่าวว่า "หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ รัฐบาลมีเป้าหมายคือปกป้องเกษตรกร รักษาราคาหน้าฟาร์ม เปิดตลาดสำรอง และลดความเสี่ยงสินค้าล้นตลาดให้ได้มากที่สุด"



