ธปท.ยกเลิกเกณฑ์กันสำรอง 30% หนุนเงินบาทแข็งค่า
ธปท.ยกเลิกเกณฑ์กันสำรอง 30% หนุนบาทแข็ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% สำหรับเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบการเงินไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

เหตุผลในการยกเลิกมาตรการ

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า การยกเลิกครั้งนี้เป็นไปตามแผนการปรับปรุงมาตรการบริหารจัดการเงินทุนเคลื่อนย้ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย

ผลกระทบต่อค่าเงินบาท

ภายหลังการประกาศ เงินบาทแข็งค่าขึ้นทันทีประมาณ 1% โดยเคลื่อนไหวที่ระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ 34.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์คาดว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ธปท.ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • มาตรการกันสำรอง 30% ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2553 เพื่อสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาท
  • ธปท.ปรับลดอัตรากันสำรองเหลือ 10% ในปี 2563 ก่อนจะยกเลิกทั้งหมดในครั้งนี้
  • นักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรไทยเพิ่มขึ้น 2.5 แสนล้านบาทนับตั้งแต่ต้นปี 2567

มุมมองจากนักวิเคราะห์

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การยกเลิกมาตรการนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ธปท.อาจต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น การแทรกแซงค่าเงินหรือการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อป้องกันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไปจนกระทบต่อภาคการส่งออก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แผนการดำเนินงานต่อไป

ธปท.จะยังคงมาตรการอื่นๆ เพื่อบริหารจัดการเงินทุนไหลเข้า เช่น การออกพันธบัตรระยะสั้น และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนไทย โดยมีเป้าหมายให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ธปท.ยังอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อลดภาระให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ

ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของธปท.ว่าเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนของไทย และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังคงกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะสั้น และขอให้ธปท.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  1. ธปท.คาดการณ์ว่าการยกเลิกมาตรการจะช่วยเพิ่มเงินทุนไหลเข้าสุทธิประมาณ 1-2 แสนล้านบาทในปีนี้
  2. ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าถูกลง แต่จะกระทบต่อรายได้ของผู้ส่งออก
  3. ธปท.จะยังคงใช้มาตรการอื่นๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท