ถือเป็นอีกวันสำคัญที่ประชาชนทั่วประเทศจับตาอย่างมาก เมื่อรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 โดยเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนและยืนยันสิทธิตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 21 มิถุนายน 2569 ซึ่งรอบนี้รัฐบาลประกาศชัดเจนว่า “ต้องลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ์ใหม่ทุกคน” ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิรายเดิมที่มีอยู่ราว 13 ล้านคน หรือผู้สมัครรายใหม่ เพื่อให้เม็ดเงินช่วยเหลือกระจายไปถึงกลุ่มเปราะบางที่เดือดร้อนจริงๆ ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังพุ่งสูง
เปิดกระเป๋าสวัสดิการรอบใหม่ ได้ส่วนลด-ความช่วยเหลืออะไรบ้าง?
หากเป็นผู้ที่ผ่านการคัดกรองและได้รับการประกาศรายชื่อในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โครงสร้างสิทธิประโยชน์หลักที่จะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มีดังนี้
- วงเงินซื้อของจำเป็น 300 บาท/เดือน สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบทางการเกษตร ผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยวงเงินเข้าทุกวันที่ 1 ของเดือน ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้
- ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท/ 3 เดือน ช่วยลดภาระค่าเชื้อเพลิงในการประกอบอาหารผ่านร้านค้าก๊าซที่เข้าร่วมโครงการ
- ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/เดือน โดยจะครอบคลุมทั้งรถเมล์ ขสมก., รถไฟฟ้า ทั้ง BTS, MRT, Airport Rail Link, รถ บขส., รถไฟ, รถสองแถว และเรือโดยสารสาธารณะ
- ค่าไฟฟ้า ช่วยเหลือสูงสุด 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน โดยมีข้อแม้ว่าหากใช้ไฟไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด รัฐจะช่วยอุดหนุนให้ตามจริง แต่หากเดือนไหนใช้เกิน 315 บาท ผู้ถือสิทธิจะต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายเองทั้งหมด
- ค่าน้ำประปา ช่วยเหลือสูงสุด 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าใช้น้ำไม่เกิน 100 บาท รัฐช่วยจ่ายเต็มจำนวน ส่วนใครที่ใช้น้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท รัฐช่วย 100 บาท ส่วนที่เกินผู้มีสิทธิจ่ายเอง และคนที่ใช้น้ำเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิต้องจ่ายเองทั้งหมด
ทั้งนี้ หากรวมมูลค่าความช่วยเหลือสูงสุด และผู้ได้รับสิทธิ์กดใช้เต็มกระเป๋าทุกรายการ ผู้ถือบัตรจะได้รับการสนับสนุนลดค่าครองชีพคิดเป็นมูลค่ารวมสูงสุดราว 1,490 ถึง 1,500 บาทต่อเดือน หรือเกือบ 18,000 บาทต่อปี
แล้วรอบใหม่ กับ รอบก่อน ต่างกันอย่างไร?
หากพิจารณาในแง่ของจำนวนเงินและสิทธิประโยชน์ต้องบอกว่าโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เงินซื้อของ 300 บาท หรือค่าเดินทาง 750 บาท ยังคงได้เท่าเดิมกับรอบก่อนหน้า แต่จุดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงและสั่นสะเทือนผู้สมัครมากที่สุดคือ เกณฑ์การคัดกรองที่เปลี่ยนเป็นรายบุคคลและเข้มงวดขึ้นมาก เพื่อปิดช่องโหว่คนจนไม่จริง
อย่างไรก็ตามการรีเซ็ตระบบและเปิดลงทะเบียนใหม่ในรอบปี 2569 นี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังพยายามอัปเดตฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบันมากที่สุด เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานะทางการเงินของหลายครอบครัวอาจเปลี่ยนไป บางคนอาจหลุดพ้นความจนแล้ว หรือบางคนอาจเพิ่งตกงานและกลายเป็นกลุ่มเปราะบางรายใหม่ แม้ตัวเงินสวัสดิการจะไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่มาตรการช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนเกือบ 1,500 บาทนี้ ก็ยังคงเป็นเบาะรองสำคัญในการพยุงกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มฐานรากได้
ส่วนสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเข้าเกณฑ์ ต้องอย่าลืมไปลงทะเบียนยืนยันสิทธิผ่าน 5 ช่องทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันทางรัฐ, เป๋าตัง, เว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่สาขาของธนาคารรัฐ ภายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ เพราะรอบนี้ รัฐบาลบอกชัดเจนเลยว่าใครที่คิดว่าผ่านเกณฑ์แต่ไม่ลงทะเบียนใหม่ คือสิทธิ์เดิมที่เคยมีจะหลุดทันที



