ซาบีดา เปิดงานไทยทรงดำ ชู Unseen Thai Thai เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นรายได้ระดับโลก
ซาบีดา ชู Unseen Thai Thai เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นรายได้ระดับโลก (06.03.2026)

ซาบีดา เปิดงานไทยทรงดำ ชู Unseen Thai Thai เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นรายได้ระดับโลก

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานเปิดงาน “ประเพณีวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ : ข้าวใหม่ ปลามัน สืบสานตำข้าวเม่า ภูมิปัญญาเก่า ไทยทรงดำ” ณ วัดสระบ้านกล้วย จังหวัดกาญจนบุรี โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญที่ชื่อว่า “Unseen Thai Thai” ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับชุมชนท้องถิ่นให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับโลก

นโยบาย Unseen Thai Thai: การเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นรายได้

นางสาวซาบีดาได้กล่าวว่า นโยบาย Unseen Thai Thai มุ่งเน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมาเจียระไนและพัฒนาให้กลายเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมสู่เวทีนานาชาติ โดยเน้นการเปลี่ยนพลังวัฒนธรรมให้กลายเป็นรายได้จริง เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือของเครือข่ายไทยทรงดำจากหลายจังหวัดที่ร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ที่เข้มแข็งและสืบสานประเพณีอันเก่าแก่

ไฮไลต์ของงานประเพณีไทยทรงดำ

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญมากมายที่สะท้อนถึงความหลากหลายและความคิดสร้างสรรค์ของวัฒนธรรมไทยทรงดำ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • พิธีแปงขวัญ ซึ่งเป็นพิธีกรรมดั้งเดิมที่แสดงถึงความเชื่อและวิถีชีวิต
  • การสาธิตตำข้าวเม่าโบราณ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำอาหารพื้นบ้าน
  • การแสดงรำแคน ที่สื่อถึงศิลปะการแสดงอันงดงาม
  • การเดินแฟชั่นโชว์ชุดไทยทรงดำ ซึ่งสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในการผสมผสานวัฒนธรรมกับแฟชั่นสมัยใหม่

กระทรวงวัฒนธรรมได้ตั้งเป้าหมายในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลภูมิปัญญาเหล่านี้อย่างเป็นระบบ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยมุ่งหวังให้วัฒนธรรมไทยทรงดำไม่เพียงแต่ได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังสามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยบนเวทีโลก โดยการเปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและดึงดูดความสนใจจากนานาชาติ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว