ส่องตำนานเบี้ยแก้ เครื่องรางสุดขลัง กันคุณไสย พลิกชีวิต วิธีบูชาให้พ้นเคราะห์
ส่องตำนานเบี้ยแก้ เครื่องรางกันคุณไสย พลิกชีวิต วิธีบูชา

ส่องตำนาน “เบี้ยแก้” เครื่องรางสุดขลัง กันคุณไสย พลิกชีวิต พร้อมวิธีบูชาให้พ้นเคราะห์

หากเอ่ยถึงเครื่องรางประเภท “ของทนสิทธิ์” ยอดนิยมในเมืองไทยที่นักสะสมรุ่นเก๋าไปจนถึงสายมูรุ่นใหม่ต่างถวิลหา “เบี้ยแก้” คือคำตอบอันดับต้นๆ วัตถุมงคลชนิดนี้มีเอกลักษณ์การสร้างที่พิถีพิถันจากการนำหอยเบี้ยมาบรรจุปรอทแล้วปลุกเสกด้วยคาถาอาคม จนกลายเป็นเครื่องรางที่มีชีวิตและมีพลังอำนาจในการป้องกันภัยอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องการ “กลับร้ายกลายเป็นดี” และการเป็นเครื่องรางกันคุณไสยที่ทรงประสิทธิภาพ

เบี้ยแก้คืออะไร

เบี้ยแก้คือเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งที่ทำจากหอยเบี้ย โดยส่วนใหญ่ใช้เบี้ยจั่นหรือเบี้ยภควรรณ นำมาประกอบพิธีกรรมกรรมวิธีตามตำราโบราณ โดยการบรรจุปรอทซึ่งเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่มีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้เข้าไปในท้องเบี้ย จากนั้นจะทำการปิดปากเบี้ยด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ชันโรงใต้ดิน แล้วจึงนำไปหุ้มด้วยวัสดุต่างๆ อาทิ ตะกั่ว เงิน หรือทองคำ ก่อนจะนำไปถักเชือกและลงรักเพื่อความคงทน คำว่าเบี้ยแก้มาจากพุทธคุณหลักในการแก้สิ่งไม่ดีต่างๆ ให้หมดไป และพลิกฟื้นดวงชะตาจากร้ายให้กลับกลายเป็นดี จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเครื่องรางประเภทของทนสิทธิ์ หรือวัตถุที่มีดีในตัวเองตามธรรมชาติและยิ่งทวีความเข้มขลังเมื่อผ่านการปลุกเสก

พุทธคุณเบี้ยแก้ สรรพคุณสารพัดกันตามตำราโบราณ

ตามตำราโบราณ เบี้ยแก้มีพุทธคุณโดดเด่นในหลายด้านที่ช่วยคุ้มครองผู้บูชา ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • กลับร้ายกลายเป็นดี ใครที่ดวงตกหรือเผชิญอุปสรรค พลังของเบี้ยแก้จะช่วยพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้น
  • กันคุณไสย-มนต์ดำ ป้องกันคนปล่อยของ ลมเพลมพัด หรือการถูกทำไสยศาสตร์ใส่
  • ป้องกันยาสั่ง-ยาพิษ คนโบราณเชื่อว่าหากพกเบี้ยแก้ไว้ จะช่วยป้องกันการถูกวางยาหรือของกินที่เป็นพิษ
  • ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ใช้พกติดตัวเมื่อต้องไปในที่อับเปลี่ยว หรือที่ที่มีพลังงานลบ เพื่อป้องกันวิญญาณร้าย
  • เมตตามหานิยม นอกจากกันของแล้ว ยังช่วยเสริมเสน่ห์และทำให้ผู้ใหญ่เอ็นดู

เปิด 2 สำนักดังระดับตำนาน วัดกลางบางแก้ว และวัดนายโรง

การสร้างเบี้ยแก้ที่เข้มขลังที่สุดในเมืองไทย มี 2 สายหลักที่นักสะสมให้การยอมรับสูงสุด

สายวัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม

เริ่มสร้างชื่อเสียงระดับตำนานมาจากหลวงปู่บุญ ส่งต่อวิชามาถึงหลวงปู่เพิ่ม และหลวงปู่เจือ เอกลักษณ์อันโดดเด่นคือการกรอกปรอทลงในตัวเบี้ยที่ต้องใช้สมาธิจิตและจิตตานุภาพสูงจนปรอทวิ่งเข้าไปในท้องเบี้ยเอง จากนั้นจึงปิดปากเบี้ยด้วยชันโรงใต้ดิน หุ้มด้วยตะกั่ว ถักเชือก และลงรักปิดทองอย่างงดงาม

สายวัดนายโรง กรุงเทพฯ

นำโดยหลวงปู่รอด อดีตเจ้าอาวาสวัดนายโรง ซึ่งเบี้ยแก้ของท่านถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเบญจภาคีเครื่องรางยอดนิยมของเมืองไทย กรรมวิธีการสร้างมีความพิถีพิถันอย่างมาก มีพุทธคุณเลื่องลือด้านมหาอุตและแคล้วคลาด ปัจจุบันมีมูลค่าการเช่าบูชาที่สูงมากและเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วประเทศ

วิธีบูชาเบี้ยแก้ และข้อควรระวังที่ไม่ควรละเลย

การนำวิธีบูชาเบี้ยแก้ไปใช้ให้เกิดผลสูงสุดและรักษาพลังความศักดิ์สิทธิ์ให้อยู่คงทน ควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

การสวดคาถา

ควรอาราธนาด้วยการตั้งจิตให้มั่น ท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยบทสวดคาถาเฉพาะของแต่ละสำนักก่อนพกติดตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลไปต่างถิ่น

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

ห้ามทำเบี้ยแก้ตกหล่นพื้นจนแตกอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ปรอทที่อยู่ด้านในรั่วไหลออกมา ซึ่งตามความเชื่อโบราณถือว่าพลังพุทธคุณจะเสื่อมถอยทันที และในทางวิทยาศาสตร์ ปรอทยังเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหากสัมผัสหรือสูดดม

ความเชื่อเรื่องเสียงปรอท

ลักษณะของเบี้ยแก้ที่ดีและมีความสมบูรณ์ เมื่อนำมาเขย่าเบาๆ จะต้องได้ยินเสียงดังขลุกๆ อยู่ข้างใน ซึ่งเกิดจากมวลสารปรอทที่วิ่งไปมาภายในท้องเบี้ย สะท้อนถึงความมีชีวิตและพลังอำนาจที่พร้อมปกป้องผู้บูชา