ขนมครกไทยคว้าอันดับ 1 ของหวานโลกปี 2026 จาก TasteAtlas ครองใจนักชิมทั่วโลก
ขนมครกไทยอันดับ 1 ของหวานโลก 2026 จาก TasteAtlas

ขนมครกไทยคว้าอันดับ 1 ของหวานโลกปี 2026 จาก TasteAtlas ครองใจนักชิมทั่วโลก

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของ ขนมครก ขนมพื้นบ้านไทยที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น อันดับ 1 ขนมหวานไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2026 จากเว็บไซต์อาหารระดับโลก TasteAtlas แพลตฟอร์มด้านอาหารชื่อดังระดับโลกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "แผนที่อาหารโลก" โดยการจัดอันดับนี้พิจารณาจากคะแนนรีวิวของผู้บริโภคและนักชิมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

เสน่ห์ขนมไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เสน่ห์ของขนมไทยมิได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศ หากแต่สามารถครองใจผู้คนจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้อย่างกว้างขวาง ขนมครกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความหอมมันของกะทิ ความกรอบนอกนุ่มใน และกรรมวิธีการทำที่ประณีตพิถีพิถัน เป็นภาพสะท้อนภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างภาคภูมิใจ

นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า ความสำเร็จของขนมครกในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้สืบทอดภูมิปัญญาการทำขนมไทย ซึ่งเป็นการตอกย้ำยืนยันว่า ขนมหวานไทยคือมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และวิถีชีวิตไทยที่สามารถสื่อสารเรื่องราวของประเทศผ่านรสชาติได้อย่างทรงพลังและน่าจดจำ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขนมหวานไทยติดอันดับอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ นอกจากขนมครกแล้ว ยังมีขนมหวานไทยและเมนูยอดนิยมอื่นๆ ที่ติดอันดับในรายการของ TasteAtlas ประจำปี 2026 ซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารของไทยและศักยภาพของอาหารไทยในฐานะ Soft Power ที่สำคัญของประเทศ โดยรายชื่อขนมหวานไทยที่ติดอันดับมีดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ขนมครก – ขนมไทยทำจากแป้งข้าวเจ้าและกะทิ อบในกระทะเหล็กที่มีรอยบุ๋มกลมเล็กๆ มักมีสองชั้น คือ ชั้นล่างกรอบและชั้นบนเป็นไส้กะทิข้นๆ หวานเล็กน้อย นิยมใส่ต้นหอมซอย เผือก ข้าวโพด หรือฟักทอง
  2. ข้าวเหนียวมะม่วง – ข้าวเหนียวมูนราดกะทิรสหวานมัน ทานคู่กับมะม่วงสุกที่ให้ความสดชื่นและรสชาติกลมกล่อม
  3. ปาท่องโก๋ – ขนมปาท่องโก๋แบบไทยที่ดัดแปลงมาจากปาท่องโก๋จีน มักเสิร์ฟพร้อมนมข้นหวานหรือสังขยา ปัจจุบันมีรูปแบบหลากหลาย เช่น ไดโนเสาร์ มังกร
  4. ขนมชั้น – ขนมไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำจากแป้งผสมกะทิ น้ำตาล และเกลือเล็กน้อย นึ่งเป็นชั้นๆ ซ้อนกัน แบบดั้งเดิมมีสีขาวและสีเขียว แต่สามารถเติมสีผสมอาหารเพื่อเพิ่มสีสันได้
  5. รวมมิตร – ขนมหวานไทยยอดนิยม ทำจากส่วนผสมต่างๆ เช่น กะทิ น้ำตาล เม็ดสาคู ข้าวโพด รากบัว มันเทศ ถั่ว และขนุน ทานคู่กับน้ำแข็งใส นิยมรับประทานเป็นของหวานเย็นๆ ในวันฤดูร้อน
  6. ขนมผักบัว
  7. เฉาก๊วย
  8. ลอดช่องน้ำกะทิ
  9. กล้วยทอด
  10. ทองม้วน

รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารไทย

รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยสามารถสร้างทั้งคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพราะอาหารและขนมไทยไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจเชิงวัฒนธรรม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของขนมครกและขนมหวานไทยอื่นๆ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของอาหารไทยในการเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต