กทม.เผชิญวิกฤตฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานทุก 50 เขต ระดับสีส้มกระทบสุขภาพ
กทม.วิกฤตฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานทุกเขต กระทบสุขภาพ

วิกฤตฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เกินค่ามาตรฐานทุกเขต กระทบสุขภาพประชาชน

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. โดยพบว่าค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในทุก 50 เขตของกรุงเทพฯ อยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งบ่งชี้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างชัดเจน

เขตที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในกรุงเทพฯ

จากการรายงานพบว่า เขตบางรักมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงที่สุดที่ 61.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ตามมาด้วยเขตปทุมวันที่ 60.9 มคก./ลบ.ม. และเขตประเวศที่ 58.3 มคก./ลบ.ม. นอกจากนี้ยังมีเขตอื่นๆ ที่มีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานอย่างน่าเป็นห่วง ได้แก่ เขตบางคอแหลม 57.6 มคก./ลบ.ม. เขตคลองสามวา 57.3 มคก./ลบ.ม. เขตลาดกระบัง 57.1 มคก./ลบ.ม. เขตหนองแขม 56.7 มคก./ลบ.ม. เขตบางขุนเทียน 56.7 มคก./ลบ.ม. เขตยานนาวา 55.2 มคก./ลบ.ม. เขตทวีวัฒนา 54.7 มคก./ลบ.ม. เขตตลิ่งชัน 54.1 มคก./ลบ.ม. และเขตราชเทวี 54 มคก./ลบ.ม.

ภาพรวมค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ

ค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 49.9 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อแบ่งตามพื้นที่พบว่า กรุงเทพเหนือ มีค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 43.2 ถึง 51.9 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพตะวันออก 41.7 ถึง 58.3 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพกลาง 41.4 ถึง 54 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพใต้ 39.2 ถึง 61.9 มคก./ลบ.ม. กรุงธนเหนือ 45.9 ถึง 54.7 มคก./ลบ.ม. และ กรุงธนใต้ 44.1 ถึง 56.7 มคก./ลบ.ม. โดยทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นระดับสีส้มตามการแจ้งเตือน

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการรับมือกับฝุ่น PM2.5

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. ได้ออกคำเตือนอย่างเร่งด่วนแก่ประชาชน เนื่องจากฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำให้

  1. ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
  2. จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก
  3. สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา และรีบไปพบแพทย์หากมีอาการรุนแรง
สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหามลพิษทางอากาศที่ยังคงรุนแรงและต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนในระยะยาว