ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 31 จังหวัด หนักสุดแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ภาคเหนือวิกฤตสีแดง
ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน 31 จังหวัด หนักสุดแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่

วิกฤตฝุ่น PM2.5 ทั่วไทย เกินค่ามาตรฐาน 31 จังหวัด ภาคเหนือหนักสุดพุ่งถึง 293.1 มคก./ลบ.ม.

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างเป็นทางการ พบว่ามีการเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ถึง 31 จังหวัดทั่วประเทศ โดยหลายพื้นที่อยู่ในระดับสีแดงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 07.00 น. จากศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

ภาคเหนือเผชิญวิกฤตหนัก ค่าฝุ่นสูงสุดที่แม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่

จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ พบว่าภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีค่าฝุ่น PM2.5 ตรวจวัดได้ในช่วง 38.8 ถึง 293.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานอย่างชัดเจน พื้นที่ ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่นสูงสุดที่ 293.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ 286 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของมลพิษทางอากาศในภูมิภาคนี้

ภาพรวมฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ แบ่งตามภูมิภาค

นอกจากภาคเหนือแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 26.1 ถึง 95.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • ภาคกลางและตะวันตก: เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 18.8 ถึง 39.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • ภาคตะวันออก: ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 15.6 ถึง 28.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • ภาคใต้: ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10.2 ถึง 19.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 12.9 ถึง 30.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จังหวัดที่พบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานรวมถึงเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ และอุบลราชธานี

คำแนะนำด้านสุขภาพจากกรมควบคุมมลพิษ

กรมควบคุมมลพิษได้ออกคำแนะนำเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง:

  1. ประชาชนทั่วไป: ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัย N95
  2. ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ: เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด
  3. ประชาชนในพื้นที่สีแดง: ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสูง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นๆ เช่น การประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสริมให้มลพิษทางอากาศทวีความรุนแรงขึ้น กรมควบคุมมลพิษเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ